เสน่ห์และจิตวิญญาณของ ‘ผ้าไทย’ กำลังได้รับการยกระดับสู่เวทีโลกอีกครั้ง เมื่อคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ บริษัท มัลติพลาย บาย เอท จำกัด และชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองน้ำใส จังหวัดเลย เปิดตัวคอลเลกชันของที่ระลึกสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ประจำปี 2568 โดยใช้ชื่อว่า ‘Ghost in the Weave Collection’

คอลเลกชันดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาล ‘ผีตาโขน’ ซึ่งเป็นประเพณีเอกลักษณ์ของจังหวัดเลย โดยเน้นเทคนิคการมัดหมี่แบบโบราณ ผสานลวดลายหน้ากากผีตาโขนเข้ากับสัญลักษณ์สุนัขจิ้งจอกของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นการยกระดับภูมิปัญญาและผ้าไทยสู่ตลาดโลก

การนำเสนอผ้าไทยสู่ตลาดโลกพิสูจน์ให้เห็นว่า ผ้าไทยไม่ได้เป็นเพียงสินค้าแฟชั่น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวสนใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมต้นกำเนิด Ghost in the Weave Collection นับเป็นคอลเลกชันที่ 8 ของโครงการ โดยทีมดีไซเนอร์ของบริษัท มัลติพลาย บาย เอท ร่วมกับช่างฝีมือท้องถิ่นสร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นร่วมสมัย ตอบโจทย์ตลาดสากล พร้อมสร้างงาน สร้างอาชีพ และผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นควบคู่ไปกับการรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมไทย

สำหรับ ‘Ghost in the Weave Collection’ นำเสนอการตีความหน้ากากผีตาโขนในรูปแบบ Pixel Art ประกอบด้วย 4 โทนสีหลัก คือ เขียว น้ำเงิน ฟ้า และขาว โดยใช้ภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายมัดหมี่เป็นหัวใจหลักในการดีไซน์ ผ่านเทคนิคการมัดและย้อมสีแบบโบราณ ทำให้เกิดลวดลายกราฟิกพิกเซลที่ผสมผสานหน้าสุนัขจิ้งจอกเข้ากับหน้ากากผีตาโขนได้อย่างลงตัว ซึ่งสินค้าที่ผลิตออกมาจำหน่ายมีทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ เสื้อแจ็กเก็ตรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน จำนวนจำกัด 500 ตัวทั่วโลก เสื้อยืดคอกลมแขนสั้น สีขาวและสีกรมท่า เสื้อโปโลแขนยาวลายทาง สีกรมท่าสลับสีเขียว หมวกแก๊ป หมอนลูกบอล และกระเป๋าถือ

‘ณัฐจิรา ซินโซ’ ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านหนองน้ำใส จังหวัดเลย กล่าวว่า กลุ่มทอผ้าฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อสืบสานอาชีพการทอผ้า ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม มีสมาชิกประมาณ 20 คน เชี่ยวชาญตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่ปลูกฝ้าย GI จนถึงการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทำให้สามารถผลิตและทอผ้าได้ครบวงจร Ghost in the Weave Collection ใช้ผ้าทอรวมกว่า 1,000 เมตร ใช้เวลาทอ 3 เดือน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กลุ่มทอผ้าฯ ได้รับโจทย์ใหญ่ ต้องทดลองเทคนิคใหม่ทั้งการมัดและการเลือกเฉดสีเพื่อให้ลายผ้าออกมาตรงตามต้องการ โดยเฉพาะลายหน้าสุนัขจิ้งจอก ในที่สุดก็สำเร็จออกมาเป็นผ้าฝ้ายมัดหมี่ที่สะท้อนจิตวิญญาณและความประณีตของช่างทอไทยอย่างชัดเจน พร้อมกล่าวขอบคุณคิง เพาเวอร์ ที่สนับสนุนให้ฝีมือคนไทยได้สู่ตลาดโลก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ พัฒนาฝีมือ และยกระดับช่างทอในชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน