“ของเล่นไทย” ของเล่นพื้นบ้านที่แฝงด้วยภูมิปัญญาความคิดสร้างสรรค์ นอกจากให้ความสนุก เพลิดเพลิน ของเล่นที่มีเอกลักษณ์สร้างสรรค์จากธรรมชาติ จากแรงบัลดาลใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ยังเป็นเครื่องมือ เป็นสื่อการเรียนรู้เชื่อมความสนใจเข้าใจวิทยาศาสตร์ได้โดยไม่รู้ตัว

พาย้อนเวลาสัมผัสความสนุก ทบทวนความทรงจำที่มีต่อของเล่นไทย ทั้งชวนสนุกแบบวิทย์ คิดแบบเล่น (Mechanics of Play)ผ่านนิทรรศการในพื้นที่หอศิลป์ร่วมสมัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ วช.โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ทำการปรับปรุงอาคารเก่าเป็นพื้นที่เรียนรู้ แลกเปลี่ยนไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่สังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยนำร่องด้วยนิทรรศการชุดนี้และ“เฉดสีจากอารามหลวง”
เมื่องานวิจัยไม่ได้อยู่ในห้องแล็บ ของเล่นไทยพื้นบ้านที่จัดแสดง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สมาคมเพื่อการพัฒนาศิลปะและหัตถศิลป์ไทย และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชวนลงลึกศึกษากลไกของเล่น สะท้อนการเล่น การเรียนรู้ เชื่อมคนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงวิถีชีวิตไทย ความคิดสร้างสรรค์ผ่านของเล่นที่เรียบง่าย ผลผลิตของภูมิปัญญาที่ผสานศาสตร์และศิลป์ร่วมกันอย่างกลมกลืน เป็นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เสริมทักษะการคิดวิเคราะ แก้ปัญหาและส่งเสริมจินตนาการ
ของเล่นไทยที่รวบรวมนำมาให้ค้นความสนุก ได้เล่นเรียนรู้ ทั้งชวนทบทวนความจำหรือทำความรู้จักใหม่ รศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล นักวิจัย สมาคมเพื่อการพัฒนาศิลปะและหัตถศิลป์ไทย พาค้นเรื่องน่ารู้ของเล่นไทย ให้ความรู้ในประเด็นนี้ว่า ของเล่นไทยมีเสน่ห์โดยที่จัดแสดงรวบรวมมาจากหลายสถานที่เพื่อบอกเล่าให้คุณรุ่นใหม่ได้รู้จัก หรือแม้แต่ผู้ที่มีความทรงจำกับของเล่น ที่เคยเล่นได้นึกถึง

ขณะเดียวกันนำเสนอความเป็นวิทยาศาสตร์ โดยร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมบอกเล่ากลไก ลึกกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเรื่อง แรงเหวี่ยง ความสมดุล จัดวางตำแหน่งให้เท่ากันถึง ฯลฯ ได้เห็นแง่มุมศิลปะการดีไซน์สร้างสรรค์ของเล่น การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยไม่รู้ตัว
“ของเล่นไทยที่รวบรวมนำมาแสดง ครบหมวดหมู่ และรวมไปถึงของเล่นต่างชาติ มีของเล่นของจริงให้ชมและลองเล่น ทั้ง มีผลงานของเล่นที่ศิลปินออกแบบสร้างสรรค์ใหม่ ต่อยอดจากองค์ความรู้ภูมิปัญญาของเล่นไทย โดยทุกชิ้นเป็นไฮไลท์ บอกเล่าพลังของเล่นไทย เป็นอีกพื้นที่เรียนรู้และเข้าถึงงานวิจัย”
“ธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น” เป็นหนึ่งในหมวดหมู่ของเล่น สะท้อนถึงวิถีชีวิต อาชีพหรือสัตว์ต่างๆในท้องถิ่น ของเล่นมักทำมาจากวัสดุธรรมชาติเป็นการสืบสานภูมิปัญญา แสดงถึงความชาญฉลาดในการใช้วัสดุและความเข้าใจวิทยาศาสตร์ ออกแบบให้เล่นได้ดวยแรงมือ หรือแรงโน้มถ่วงอย่างพอดี สะท้อนถึงความรู้ด้านฟิสิกส์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยให้เข้าถึงความงามของธรรมชาติและเรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า และเข้าใจแนวคิดเรื่องความยั่งยืน
“เสียงและการสั่นสะเทือน” ในหมวดหมู่นี้เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ การตี การเขย่า การหมุนหรือการเสียดสี เป็นการเรียนรู้เรื่องการสั่นสะเทือนที่ทำให้เกิดเสียง เสียงที่ยาว สั้น สูง ต่ำ แตกต่างกันตามความยาว ความหนาและวัสดุ การเล่นจึงเป็นการทำลองเรื่องคลื่นเสียงโดยไม่รู้ตัด ได้เรียนรู้ทั้งเรื่องจังหวะการฟังอย่างตั้งใจและหลักฟิสิกส์เบื้องต้นเกี่ยวกับการแพร่กระจายของพลังเสียงผ่านสื่อที่ต่างกัน โดยเครื่องเล่นที่ในหมวดนี้ อาทิ กบไม้ขูด จั๊กจั่น ป๋องแป๋ง ป๊อกแป๊กและกังหันสะเทือน
“แรงและการเคลื่อนที่” ของเล่นในหมวดนี้เน้นเรื่องแรงและการเคลื่อนที่ ที่เกิดจากการออกแรงของผู้เล่นหรือพลังงานที่สะสมไว้ เช่น การดีด การเหวี่ยง การหมุนหรือสปริง แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนรูปของพลังงานศักย์เป็นพลังงานจลน์การไหลของแรงสะท้อนหลักฟิสิกส์พื้นฐาน อย่างแรงผลัก ดึง เรียนรู้ว่าเมื่อมีแรงมากขึ้น วัตถุจะเคลื่อนที่เร็วขึ้น และเมื่อแรงเสียดทานเพิ่มขึ้น วัตถุจะช้าลง การเล่นจึงกลายเป็นการทดลองเล็กๆ ที่ฝึกให้เข้าใจธรรมชาติของพลังงานและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันอย่างสนุกสนาน

ขณะที่ของเล่นหมวดหมู่ “สมดุลและแรงโน้มถ่วง” เป็นของเล่นที่อาศัยหลักการของจุดศูนย์ถ่วง และแรงโน้มถ่วง เพื่อให้ของเล่นคงที่หรือเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ แสดงให้เห็นความมหัศจรรย์ของสมดุล ความสัมพันธ์ระหว่างแรงโน้มถ่วงและจุดศูนย์ถ่วง ได้เรียนรู้ว่าการวางตำแหน่งมวลให้เหมาะสมช่วยให้วัตถุไม่ล้ม การปรับ น้ำหนักและเปลี่ยนจุดรองรับเล็กน้อยสามารถทำให้สมดุลเปลี่ยนไป การเล่นเช่นนี้ช่วยพัฒนาให้เข้าใจแนวคิดเรื่องความมั่นคง โมเมนต์ของแรง หลักการออกแบบที่ใช้ได้จริงในสถาปัตยกรรม วิศวกรรม
“ความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา” อีกหนึ่งหมวดของเล่น ใช้ความคิด การวางแผน การวิเคราะห์กลไก เช่น การต่อ การประกอบปริศนาไม้ หรือ การหาทางออกเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย เป็นการฝึกไหวพริบ ส่งเสริมการคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ต้องวิเคราะห์รูปทรง ทดลอง ค้นหาวิธีในการต่อให้สำเร็จฯลฯ นอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่ “ของเล่นคือเรื่องเล่าในแต่ละวัฒนธรรม” สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกร่วมบอกเล่าพลังของเล่น

จากหมวดหมู่ที่จัดแบ่ง นำตัวอย่างของเล่นไทยที่แฝงไว้ด้วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่แยบยลเช่น “คนเลื่อยไม้” ของเล่นพื้นบ้านที่จำลองอาชีพช่างไม้ ลักษณะเป็นหุ่นไม้สองคนกำลังจับเลื่อยตรงกลางท่อนไม้ โดยมีคันโยกอยู่ใต้ฐาน วิธีเล่นคือ ใช้มือจับ และโยกคันโยกขึ้น ลงอย่างต่อเนื่อง เกิดจากหลักการวิทยาศาสตร์เรื่อง “คาน” เมื่อโยกคันโยกแรงจะถูกเปลี่ยนทิศทางจากการเคลื่อนที่แนวตั้งให้กลายเป็นการ ชักเลื่อย เข้าออกในแนวนอนอย่างต่อเนื่อง
“ไก่จิกข้าว” ของเล่นพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ ทำมาจากไม้ มีลักษณะเป็นตัวไก่อยู่บนแท่นไม้และมีด้ามจับ เล่นโดยการแกว่งข้อมือเบาๆ ไก่จะขยับเหมือนการเลียนแบบพฤติกรรมไก่จิกข้าว หลักการวิทยาศาสตร์ที่ทำให้ไก่ขยับก็คือ “แรงแกว่ง” เชือกหรือลวดที่ร้อยกับคอไก่จะทำให้เกิดการแกว่งทำให้ไก่ขยับได้

ขณะที่หลักการวิทยาศาสตร์เรื่อง “กลศาสตร์”และ”แรงโน้มถ่วง” สนุกเรียนรู้ได้จาก “ของเล่นไม้สัตว์จำลอง” งานหัตถกรรมโดดเด่นมีลักษณะเป็นไม้แกะสลัก เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น จระเข้ งู หรือกุ้ง นำมาต่อกันเป็นข้อ ๆ เชื่อมต่อกัน โดยมีเชือกหรือลวดเป็นกลไกโยกติดอยู่ ทำให้ทุกส่วนขยับไปมาได้ เมื่อดึงหรือโยกเชือก หรือลวดซึ่งทำหน้าที่เป็นคาน เมื่อยกขึ้นแรงโน้มถ่วงจะดึงของเล่นทำให้สัตว์จะสามารถเลื้อย ขยับ หรืองับปากได้

ส่วน “แรงบิด”บอกเล่าผ่าน “ตุ๊กตาบาร์โหน” ของเล่นพื้นบ้านที่ทำจากไม้ ผู้เล่นต้องออกแรงบีบปลายไม้ทั้งสองเข้าหากัน ตุ๊กตาจะดีลังกา ซึ่งเกิดมาจากแรงดึงจากเชือกที่ถูกถ่างออกจนทำให้เกิดแรงบิด ทำให้ตุ๊กตาตีลังกาไปข้างหน้าหรือข้าวหลังนั้นตามจังหวะการบีบของผู้เล่น ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งที่เรียนรู้ได้จากของเล่นไทย
ของเล่นที่มีเอกลักษณ์ สื่อพัฒนาทักษะเครื่องมือการเรียนรู้สร้างแรงบัลดาลใจเรียนรู้วิทยาศาสตร์
พงษ์พรรณ บุญเลิศ



