วงการสื่อมวลชนเกิดความสูญเสียนักข่าวและผู้ประกาศข่าวหนุ่มไฟแรงจากช่องดัง วัยเพียง 35 ปี ซึ่งได้จากไปอย่างกะทันหัน โดยเพื่อนร่วมงานได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นที่น่าใจหายว่า “หลับแล้วไม่ตื่น” ซึ่งนำมาซึ่งการตั้งข้อสังเกตถึง “โรคใหลตาย” หรือ SUNDS (Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome) ภาวะอันตรายที่คร่าชีวิตคนในขณะหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ

เกี่ยวกับโรคใหลตาย นั้น “โรงพยาบาลนครธน” บอกเล่าสาระน่ารู้ ว่า เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า กลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) เกิดขึ้นจากความผิดปกติทางพันธุกรรมของการนำเกลือแร่โซเดียมเข้าออกเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรง ทำให้การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ไม่เพียงพอแบบกะทันหัน มักเกิดขึ้นในระหว่างนอนหลับ ส่งผลให้หมดสติและเสียชีวิตในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ป่วยที่มีพันธุกรรมโรคใหลตาย มีโอกาสเกิดอาการมากขึ้น ได้แก่

1.ภาวะร่างกายขาดแร่ธาตุโพแทสเซียม
2.การขาดสารอาหารที่เป็นวิตามินบี 1 อย่างรุนแรงเฉียบพลัน
3.มีภาวะไข้สูง
4.การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
5.การใช้ยานอนหลับเป็นประจำ

อาการแสดงของโรคใหลตาย

โรคใหลตายมักจะเสียชีวิตฉับพลันขณะหลับในเวลากลางคืนโดยไม่ทราบว่ามีอาการผิดปกติ แต่ในบางรายอาจมีอาการนำมาก่อน โดยหากผู้ป่วยที่ยังรู้สึกตัว หรือคนใกล้ตัวพบเห็นอาการผิดปกติ คือ

-อาการหมดสติ เป็นลม
-อาจมีอาการเกร็งของแขนและขา
-หายใจเสียงดัง หรือมีเสียงเฮือกขึ้นมาเหมือนหิวอากาศ อาจคล้ายกับการกระตุกหรือลมชัก แต่ที่จริงแล้วอาจเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
-อาจมีอาการปัสสาวะและอุจจาระราด ใบหน้าและริมฝีปากเขียวคล้ำ ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

กลุ่มเสี่ยงเกิดโรคใหลตาย

1.ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตเฉียบพลันก่อนวัยอันควร หรือเคยมีอาการที่บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
2.ผู้ที่เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะตั้งแต่กำเนิด
3.ผู้ที่ตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติชนิดบรูกาดา

“โรคใหลตาย” มักเสียชีวิตแบบเฉียบพลันขณะหลับในเวลากลางคืนโดยที่ไม่เคยมีอาการผิดปกติใดๆ เตือนมาก่อน และคนรอบข้างไม่ทันรู้ตัว

ฉะนั้น การป้องกันการเกิดโรคใหลตายจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากผู้ใดมีความเสี่ยง มีอาการที่น่าสงสัย หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคดังกล่าว ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจตรวจวินิจฉัย ประเมินความเสี่ยงต่างๆ รวมไปถึงการรักษาที่เหมาะสมต่อไป.