เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา คุณหมออารมณ์ดีเจ้าของเพจ “หมอเจด” ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ โดยระบุว่า

หลายคนคิดว่าเลือดคั่งในสมอง จะเกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ช่วงหลังผมเห็นเคสคนวัยทำงาน 30-50 ปีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ส่วนใหญ่ตรวจเจอช้า และเกิดจากพฤติกรรมเดิม ๆ ที่ทำทุกวันแบบไม่รู้ตัวครับ นี่ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญนะ แต่เกิดจากการสะสมของเลือดข้น-หลอดเลือดอักเสบมาตลอดหลายปีต่างหากครับ วันนี้ผมเลยอยากให้ทุกคนเช็ก 4 วิธีลดความเสี่ยงเลือดคั่งในสมองที่ทำได้ทันที ช่วยให้เลือดไหลลื่น ลดโอกาสเส้นเลือดอุดตันเฉียบพลันครับ

1) ลดอาหารมันจัด-หวานจัด เพราะทำให้เลือด “ข้น-เหนียว”

ใครที่ชอบกินของทอด เบเกอรี่ ชานมหวานจัดเป็นประจำ รู้ไหมครับว่าทำให้ไขมันในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์พุ่ง และหลอดเลือดเกิดการอักเสบ พอเลือดเหนียว การไหลเวียนในสมองจะช้าลง เสี่ยงอุดตันขึ้นทันทีครับ ลองเริ่มจากลดน้ำตาลลงครึ่งหนึ่ง และเลี่ยงทอดน้ำมันดำ ๆ ดูครับ

2) ดื่มน้ำไม่พอ เลือดข้นขึ้นแบบไม่รู้ตัว

หลายคนดื่มน้ำแค่ 500-800 ml ต่อวัน เพราะยุ่งทั้งวัน พอขาดน้ำ เลือดจะข้นขึ้นทันที เพิ่มโอกาสเลือดคั่ง โดยเฉพาะเวลานอน ผู้ใหญ่ควรดื่ม 1.5-2 ลิตร/วัน ใครนอนกรน ตื่นมาปวดหัว ให้สงสัยเรื่อง “ขาดน้ำก่อนนอน” ก่อนเลยครับ

3) นั่งทำงานนาน ๆ ไม่ขยับ เสี่ยงเลือดไหลช้าและจับตัวง่าย

การนั่งอยู่กับที่ 3-4 ชั่วโมงโดยไม่ลุกเลย ทำให้การไหลเวียนเลือดช่วงขาและเชิงกรานช้าลง ส่งผลให้เลือดหนืดขึ้นทั่วร่างกาย รวมถึงสมอง ตั้งนาฬิกาให้ลุกเดินทุก 45-60 นาที ยืดเส้น 1 นาที ยังดีกว่านั่งนิ่งทั้งวันครับ

4) ควบคุมความดันให้นิ่ง – ตัวการใหญ่ของเส้นเลือดสมองแตก

รู้ไหมครับว่า ความดันสูงแบบไม่รู้ตัวถือว่าเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของเส้นเลือดสมองแตก ผู้ใหญ่ไทยกว่า 30-40% “ไม่รู้ว่าตัวเองความดันสูง” เพราะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดเหตุ วัดความดันสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง, ลดเค็ม, นอนให้พอ ถ้าค่าบ่อยเกิน 135/85 แนะนำตรวจเพิ่มเติมนะครับ

ถ้าอยากลดเสี่ยงเส้นเลือดสมองตีบ-แตก จุดเริ่มต้นง่ายที่สุดคือ จัดการ 4 อย่างนี้ก่อน ดื่มน้ำให้พอ ลดหวานมัน ลุกขยับบ่อย และเช็กความดัน แค่ปรับให้ “ลดลงครึ่งหนึ่ง” หรือทำให้สม่ำเสมอ

เลือดจะไหลลื่นขึ้น หลอดเลือดแข็งแรงขึ้น และความเสี่ยงเหตุร้ายในสมองจะลดลงแบบรู้สึกได้ในไม่กี่สัปดาห์ครับ