เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการราชทัณฑ์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องด้วยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศเป็นเหตุให้ทรัพย์สิน บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณูปโภค พื้นที่การเกษตร สถานที่ราชการได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหาย ดังนั้น เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและการบูรณะฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินการให้ความช่วยเหลือการบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูแก่ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ กรณีเกิดเหตุอุทกภัยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนข้อสั่งการของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในการใช้ศักยภาพของหน่วยงานและผู้ต้องราชทัณฑ์ในการทำคุณประโยชน์ตอบแทนสังคม จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการราชทัณฑ์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยแต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่และผู้ต้องราชทัณฑ์ลงปฏิบัติการในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมหลายแห่ง
คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการราชทัณฑ์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย คณะที่ปรึกษา คณะทำงาน มีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานที่ปรึกษา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายวิชาการ และผู้ตรวจราชการกรม เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน ทั้งหมดมีหน้าที่และอำนาจในการสั่งการ ให้คำปรึกษา แนะนำ ให้การสนับสนุน ส่งเสริม ชี้แนะแนวทางในการดำเนินงานแก่คณะทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม ขณะที่ คณะทำงาน ประกอบด้วย ผบ.เรือนจำกลางสงขลา เป็นประธานคณะทำงาน และมีคณะทำงานเป็น ผบ.เรือนจำ และผอ.ทัณฑสถานจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้

หน้าที่คณะทำงาน 1.ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการราชทัณฑ์ช่วยเหลือและฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ณ เรือนจำ/ทัณฑสถานหลักในเขต 9 เพื่อเป็นศูนย์บัญชาการและประสานงานหลัก โดยมีขอบเขตการดำเนินการในเรือนจำ/ทัณฑสถาน และชุมชนในเขตพื้นที่ภาคใต้เขต 8 และเขต 9 2.สำรวจและวางแผนงบประมาณ โดยสำรวจพื้นที่ความเสียหายในพื้นที่อุทกภัยในภาคใต้ สังกัดกรมราชทัณฑ์ โดยประเมินความต้องการและความเสียหายเบื้องต้นในพื้นที่ประสบภัยที่รับผิดชอบและชุมชนใกล้เคียง และรายงานผลการสำรวจต่อที่ปรึกษาและส่วนกลางกรมราชทัณฑ์เพื่อขอรับการสนับสนุน ต่อไป 3.สำรวจจำนวนบัญชีผู้ต้องราชทัณฑ์ อาสาสมัคร (อสรจ.) จำนวนผู้ต้องขังที่มีทักษะวิชาชีพช่าง ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการส่งนักโทษเด็ดขาดออกไปทำงานสาธารณะหรืองานอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการนอกเรือนจำ พ.ศ. 2566 ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการคัดเลือกนักโทษเด็ดขาด จ่ายออกทำงานนอกเรือนจำ พ.ศ. 2561 ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดจ่ายออกทำงานนอกเรือนจำ ประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษ พ.ศ. 2563 ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องกักขัง พ.ศ. 2549 เพื่อใช้ศักยภาพด้านวิชาชีพของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ผ่านการคัดเลือก (อสรจ.) ในการสนับสนุนภารกิจสาธารณะและส่งเสริมภาพลักษณ์การคืนคนดีสู่สังคม และรายการวัสดุ/ยานพาหนะที่พร้อมใช้งาน เพื่อใช้ในการสนับสนุนภารกิจ 4.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อน โดยจัดทำแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งในมิติการบรรเทาทุกข์เร่งด่วนและการฟื้นฟูหลังน้ำลด
ดังนี้ 1.ระยะเร่งด่วน การจัดตั้งครัวสนาม (อาหารน้ำดื่ม) และถุงยังชีพ การสร้างแนวป้องกัน (กระสอบทราย) การขนย้ายสิ่งของ การดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน เน้นความรวดเร็วและสนับสนุนงานด้านแรงงานและการผลิต 2.ระยะฟื้นฟู การระดมกำลังพลช่างฝีมือเข้าซ่อมแซมบ้านเรือน 3.ทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ และ 4.ฟื้นฟูสาธารณูปโภค การมอบอุปกรณ์ เครื่องมือประกอบอาชีพ เน้นการใช้ทักษะวิชาชีพเพื่อคืนสภาพพื้นที่และช่วยเหลือด้านอาชีพ
5.การบูรณาการความร่วมมือและสิ่งของบริจาคเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างเรือนจำ/ทัณฑสถานในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดหาและแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงการสนับสนุนกำลังพลและแรงงาน โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบทางราชการเกี่ยวกับการรับบริจาคอย่างเคร่งครัด โดยมีการจัดทำบัญชีคุมยอดรับ-จ่าย สิ่งของบริจาคให้สามารถตรวจสอบได้ 6.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและการรายงานสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือต่อผู้บริหารกรมราชทัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ 7.ดำเนินการรวบรวมข้อมูล ภาพถ่าย และวิดีโอการปฏิบัติงาน เพื่อเผยแพร่ภารกิจการช่วยเหลือและบทบาทของผู้ต้องราชทัณฑ์ในการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกรมราชทัณฑ์ และสนับสนุนกระบวนการคืนคนดีสู่สังคม.



