เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานปล่อยคาราวานผู้ต้องขัง 13 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมทำสาธารณประโยชน์ให้สังคม ภายใต้กิจกรรม “ราชทัณฑ์รวมใจ มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ บริเวณหน้ามุกอาคารกระทรวงยุติธรรม

โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยธ. เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ได้จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ราชทัณฑ์รวมใจ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลักจำนวนทั้งสิ้น 4 กิจกรรม ได้แก่ 1.กิจกรรมภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ราชทัณฑ์ช่วยเหลือสังคมประจำเขต 1-10 2.กิจกรรม “ช่างอาสาสร้างสุข” การให้บริการสังคมโดยผู้ต้องราชทัณฑ์ 3.กิจกรรมเทศกาลลดราคาผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ New Year Gift Set 2026 และ 4.กิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด โดยเป็นการดำเนินการของเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 68-ม.ค. 69 ซึ่งกิจกรรมลอกท่อระบายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของการมอบของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2569

สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ก้าวพลาดได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างสำนึกในการกลับตนเป็นคนดี ส่งเสริมให้สังคมและชุมชน เปิดโอกาสในการรับผู้ต้องขังกลับเข้าสู่สังคมอีกครั้งภายหลังพ้นโทษ โดยมุ่งหมายให้เรือนจำทั่วประเทศนำผู้ต้องขังออกทำงานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบเรือนจำ หรือร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนและเรือนจำ ในการแก้ไขฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังผ่านการทำงานทั้งในเรือนจำและนอกเรือนจำ และสำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีเรือนจำและทัณฑสถาน นำผู้ต้องขังออกร่วมกิจกรรม จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำพิเศษมีนบุรี ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง เรือนจำกลางสมุทรปราการ เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี เรือนจำจังหวัดนนทบุรี เรือนจำจังหวัดจังหวัดปทุมธานี และเรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อดำเนินการลอกท่อระบายน้ำ บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งกรุงเทพมหานคร ระยะทางรวม 15 กิโลเมตร ถือเป็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อเป็นการมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ในปี พ.ศ. 2569

จากนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ได้ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังจีนเทา (คุกวีไอพี) ว่า หลังจากที่เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว นายมานพ ชมชื่น อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร บอกว่า ตนเองถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด แต่เรื่องทั้งหมดเกิดจากการกลั่นแกล้งให้พ้นจากตำแหน่ง หลังจากที่นายมานพเบิกความในคดีสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อผู้บริหารในกระทรวงยุติธรรมนั้น เรื่องนี้ตนได้คุยกับอธิบดี กรมราชทัณฑ์แล้วเมื่อเช้านี้ และได้สั่งการไปให้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะมีการย้ายหลายคนในเรือนจำฯ อาจทำให้ไม่พอใจ จึงได้ให้มีการสั่งตรวจสอบ ส่วนในรายละเอียดยังต้องรอ แม้ตนมองเป็นคำกล่าวอ้างแต่ก็ต้องพิสูจน์ ซึ่งอันนี้ดำเนินการอยู่แล้ว ก็เห็นว่าเขาร้องไปหลายหน่วยแล้ว ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบของแต่ละหน่วยด้วย ยืนยันว่าเราจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เมื่อถามว่าตอนนี้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เรือนจำออกจากราชการไว้ก่อนเพียงแค่ 4 ราย แล้วในการตรวจสอบจะมีคนที่ต้องออกจากราชการไว้ก่อนอีกหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า อยู่ที่พยานหลักฐานการกระทำผิดว่าจะหนักหรือเบา ไม่ถึงกับต้องให้ออกจากราชการทุกคน แต่จะต้องพิจารณาว่าใครทำผิดมากน้อยแค่ไหน และให้ความเป็นธรรมทั้งหมด เพราะบางคนอาจจะมีความผิดที่น้อยมาก หรือบางคนอาจจะไม่มีเลย อย่าง 20 คนที่มีคำสั่งให้โยกย้ายไปอยู่ที่อื่น บางคนก็ไม่ได้ทำความผิด แต่ย้ายเพื่อไปทดแทนในส่วนของผู้ที่ย้ายออกเท่านั้น ส่วนเรื่องของการชี้แจงเป็นระเบียบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินของนายมานพ ชมชื่น อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรามีหมดแล้ว แต่อยู่ในสำนวนการสืบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมถึงมีข้อมูลกรณีใบลาชี้แจงการเข้า-ออกประเทศจำนวนกี่ครั้งของอดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ด้วยเช่นกัน.



