เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ สั่งการให้ พ.ต.ท.เจริญชัย หายทุกข์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ เป็นหัวหน้าชุดทำงาน เรียกประชุมฝ่ายสืบสวนของ สภ.บางแก้ว เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเสนอพนักงานสอบสวนออกหมายจับคนร้ายก่อเหตุยิง นายทินรัตน์ ซึ่งเป็นแฟนใหม่ของอดีตคนรัก ใส่ขาจนได้รับบาดเจ็บ หนีตายมาขอความช่วยเหลือพนักงานของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนเทพรัตน ขาออก กม.11 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ช่วงกลางดึกวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดริมถนนภายในชุมชนเปรมฤทัย ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จับภาพได้ในขณะที่ผู้ก่อเหตุทราบชื่อต่อมา นายวสันต์ หรือฉายา “มอฟีน” อายุ 28 ปี นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนจนมาเจอผู้บาดเจ็บที่ขับรถสวนทางมา จึงใช้ปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด กระหน่ำยิงใส่คู่กรณีอย่างน้อย 6 นัด โดยกล้องวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจนทั้งภาพและเสียง เป็นหลักฐานสำคัญที่ทางฝ่ายสืบสวนของ สภ.บางแก้ว ใช้เป็นหลักฐานเพื่อให้พนักงานสอบสวนเสนอหมายจับผู้ต้องหารายนี้ในฐานความผิดพยายามฆ่าและพ.ร.บ.อาวุธปืน
พ.ต.อ.พิสุทธิ์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าทางคดีนี้ หลังเกิดเหตุ ฝ่ายสืบสวนของ สภ.บางแก้ว ลงพื้นที่หาเบาะแสของผู้ก่อเหตุ รวมถึงพยานแวดล้อมต่างๆ และเรียกสอบแฟนสาวของผู้บาดเจ็บ กระทั่งทราบตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ คือ นายวสันต์ หรือฉายา มอฟีน ซึ่งปมเหตุมาจากก่อนหน้านี้ ตัวผู้บาดเจ็บไปเที่ยวบางแสนกับแฟนสาว แล้วมีการโพสต์เฟซบุ๊กถ่ายคู่กัน ทำให้นายมอฟีน ไปเห็นจึงมีการท้าทายและนัดมาเจอกันจนมีการก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของทั้งผู้ก่อเหตุและผู้บาดเจ็บ พบว่าเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ซึ่งเคยถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้วทั้งสองคน

โดยแนวทางสืบสวนพบว่าฝ่ายหญิง เคยเป็นคนรักเก่าของผู้ก่อเหตุ พอผู้ก่อเหตุถูกจับดำเนินคดี ฝ่ายหญิงจึงมาคบหากับผู้บาดเจ็บ ที่เป็นเพื่อนของผู้ก่อเหตุ และพอฝั่งของผู้ก่อเหตุพ้นโทษออกมา จนมาทราบว่าถูกเพื่อนรักตีท้ายครัวจึงเกิดความแค้นและนัดมาเจอกัน
ล่าสุดนายมอฟีน มีการติดต่อผ่านทางเพื่อนแจ้งว่าจะมีการติดต่อเข้ามอบตัว ซึ่งทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อและยังคงออกล่าตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่หากผู้ก่อเหตุประสงค์จะมอบตัวก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เช่นกัน พร้อมทั้งฝากถึงผู้ก่อเหตุขอให้มอบตัว แต่หากหลบหนีและคิดต่อสู้ขัดขืนตำรวจอาจจะใช้ยุทธวิธีดำเนินการขั้นเด็ดขาดเนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนติดตัว



