นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. จะพร้อมเดินเคียงข้างพี่น้องไทยในทุกสถานการณ์ และเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคใต้ จากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วม ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การฟื้นฟูดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน โดยส.อ.ท. ได้จัดทำข้อเสนอแนวทางการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มจาก

มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน (ช่วงน้ำลด – 3 เดือน) แบ่งเป็น

1.1  กองทุนซ่อมเครื่องจักรเร่งด่วน

•  เงินสนับสนุนเฉพาะกิจสำหรับซ่อมเครื่องจักร/ระบบไฟฟ้า

•  ใช้รูปแบบ MATCHING FUND เช่น “รัฐ 50% – โรงงาน 50%”

•  สามารถลดช่วงเวลาที่สายการผลิตหยุดทำงาน (DOWNTIME) และช่วยให้โรงงานกลับมาผลิตเร็วขึ้น

1.2 จัดทีมวิศวกรเคลื่อนที่ (INDUSTRIAL FAST RESPONSE TEAM) และโครงการ “RE-EQUIPMENT” ซ่อม/เปลี่ยนอุปกรณ์ราคาประหยัด

•  ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาด้านการฟื้นฟูเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมทั้งช่วยจับคู่ (MATCHING) กับบริษัทที่จำหน่ายเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัตถุดิบในราคาพิเศษ

•  ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณผ่านสถาบันอาชีวะ ในพื้นที่ดำเนินโครงการ “RE-EQUIPMENT” ซ่อม/เปลี่ยนอุปกรณ์ราคาประหยัด

1.3  โครงการ “พี่ช่วยน้องอุตสาหกรรมไทย” (INDUSTRIAL EQUIPMENT SHARING PROGRAM)

•  บริษัทของพี่ดำเนินโครงการแบ่งปันเครื่องมือ–เครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งานให้แก่ “บริษัทน้อง” ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเพื่อช่วยให้สามารถกลับมาดำเนินกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลา DOWNTIME ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเสริมความเข้มแข็งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยทั้งระบบ โดยมีรูปแบบการดำเนินงาน 3 แนวทาง ได้แก่ 1) การแบ่งปัน (SHARING) 2) การให้เช่า (LEASING) 3) การใช้งานร่วมกันผ่าน (POOL) โดยโครงการนี้จะดำเนินการควบคู่กับการสำรวจ ความต้องการและศักยภาพเพื่อ MATCHING รวมถึงการบริหารจัดการโลจิสติกส์และการติดตั้งเครื่องจักร

•  บริษัทพี่จะสนับสนุนส่วนลดค่าเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัตถุดิบ เพื่อให้กับบริษัทน้องที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องปั๊มลม อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เครื่องมือช่าง เป็นต้น

1.4  สินเชื่อ SOFT LOAN เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 0.1–1%

•  ปล่อยสินเชื่อ SOFT LOAN ให้เฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่ภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 0.1–1%

•  วงเงินสำหรับทุนหมุนเวียน ซ่อมแซม ซื้อวัตถุดิบ

•  ระยะปลอดชำระเงินต้น 12–18 เดือน

1.5  จัดตั้งศูนย์จัดการขยะชั่วคราว เพื่อทำหน้าที่รวบรวม–คัดแยก–พัก–ขนส่ง–กำจัด ขยะหลังน้ำลดในพื้นที่ประสบอุทกภัย

•  กำหนดจุดตั้งศูนย์ในพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม เข้าถึงง่าย แยกโซนชัดเจน เช่น ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะก่อสร้างและซากเฟอร์นิเจอร์ และขยะอันตราย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ

•  จัดทีมเก็บขยะหลังน้ำลดแบบรายวัน พร้อมรถขนส่งเฉพาะประเภท เพื่อนำส่งไปกำจัดที่ถูกต้องตามมาตรฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และกรมควบคุมมลพิษ

•  จัดเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองวัสดุอันตราย ตั้งระบบฉีดพ่นน้ำลดฝุ่นและกลิ่น จัดการน้ำเสียจากพื้นที่พักขยะ รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกก่อนนำมาทิ้ง

1.6  เครื่องจักรและวัตถุดิบสามารถย้ายออกจากโรงงานไปยังสถานที่อื่นหรือส่งออกในกรณีฉุกเฉินได้ โดยขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สามารถกระทำได้ภายหลัง

•  สามารถขนย้ายเครื่องจักรและวัตถุดิบออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย หรือส่งออกไปยังบริษัทเครือข่ายต่างประเทศโดยไม่ต้องรออนุมัติล่วงหน้า โดยผู้ประกอบการสามารถจัดทำบัญชีรายการเครื่องจักร/วัตถุดิบที่เคลื่อนย้าย พร้อมเอกสารประกอบ เพื่อใช้ยื่นแจ้ง BOI ภายหลัง โดยอนุญาตให้ยื่นรายงานย้อนหลังภายในระยะเวลาที่กำหนด ภายใน 15–30 วันหลังเหตุการณ์สงบ

จากนั้นจึงต่อเนื่องด้วย มาตรการระยะกลาง (3–12 เดือน) ได้แก่

1.1 โครงการช่วยค่าประกันภัยน้ำท่วม

•  รัฐช่วยสมทบเบี้ยประกันภัยน้ำท่วม 30–50%

•  ลดความเสี่ยง และช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงประกันได้ง่ายขึ้น

•  ลดภาระงบเยียวยารัฐในอนาคต

1.2 สนับสนุนการย้ายเครื่องจักร/คลังสินค้าไปพื้นที่ปลอดภัย

•  สนับสนุนเงินชดเชยค่าโลจิสติกส์ ค่าใช้จ่ายในการย้ายที่อยู่ (RELOCATION) และค่าปรับผังโรงงาน

•  กระตุ้นให้โรงงานย้ายระบบวิกฤต (CRITICAL SYSTEM) ให้สูงขึ้นหรือไปตำแหน่งเสี่ยงต่ำ

1.3 สนับสนุนแรงงาน

•  เงินอุดหนุนค่าแรงชั่วคราวให้โรงงานที่ยังไม่กลับมาผลิตเต็มกำลัง

•  ฝึก RESKILL และ UPSKILL แรงงานช่วงโรงงานหยุด

1.4 ยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบที่นำเข้า ตามมาตรา 36 ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย

•  ยกเว้นอากรนำเข้าทดแทนวัตถุดิบที่เสียหาย โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถนำเข้าวัตถุดิบใหม่มาทดแทนในปริมาณที่เทียบเท่าของที่สูญเสีย โดยไม่ต้องชำระอากรขาเข้า เพื่อเร่งฟื้นฟูการผลิต

1.5 มาตรการด้านภาษี

•  ยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2569 สำหรับผู้ประสบอุทกภัย จากเดิมที่ขยายเวลาเก็บภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ปี 2569 ไป 6 เดือน

•  หักค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรซ่อมแซมได้เร็วขึ้น (ACCELERATED DEPRECIATION)

•  ลดหย่อนภาษีสำหรับโครงการสร้างการป้องกันอุทกภัย (FLOOD PROTECTION)

•  ยกเว้นภาษีนำเข้าอะไหล่–เครื่องจักรที่ใช้ซ่อมโรงงาน

1.6 มาตรการส่งเสริมฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้

•  โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคใต้

•  มหกรรมไลฟ์ขายสินค้าช่วยชาวใต้โดยอินฟลูเอนเซอร์หรือติ๊กต็อกเกอร์

•  โครงการจ้างงานเร่งด่วน (CASH-FOR-WORK) ในงานซ่อมแซมชุมชน และส่งเสริมอาชีพตามศักยภาพพื้นที่

•  ส่งเสริม E-COMMERCE ข้ามแดนสำหรับสินค้าท้องถิ่น

สำหรับ มาตรการระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ส.อ.ท. เสนอให้มีการยกระดับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำให้เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยมุ่งเน้น

•  จัดตั้งระบบบริหารจัดการน้ำแบบรวมศูนย์และบูรณาการทุกหน่วยงาน

•  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมเชิงระบบ เช่น เร่งสร้างและปรับปรุงเขื่อน อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำใหม่ ระบบผันน้ำขนาดใหญ่ ส่งเสริมโครงการธรรมชาติลดความเสี่ยง

•  พัฒนาคลองระบายน้ำ เมืองระบายน้ำเร็ว (SMART DRAINAGE) และระบบเตือนภัยล่วงหน้า

•  ปฏิรูปการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงและสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน เช่น จัดโซนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

•  ส่งเสริมเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า

•  ผลักดันงบประมาณและความต่อเนื่องระดับรัฐบาล เช่น จัดตั้งงบระยะยาวแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง การกำหนด “ตัวชี้วัดแห่งชาติ” (NATIONAL KPI) วัดความสำเร็จ เป็นต้น

นอกจากนี้คณะผู้บริหารและพนักงาน ได้จัดเตรียมถุงยังชีพกว่า 1,000 ชุด พร้อมด้วยสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปมอบให้ยังสำนักงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 เพื่อกระจายความช่วยเหลือสู่พื้นที่ประสบภัย