นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้เสนอไปยังภาครัฐ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์และกระตุ้นกำลังซื้อ ทั้ง การสนับสนุนผ่านมาตรการต่างๆ ให้กับรถยนต์ในทุกประเภทปกป้องการผลิตภายในประเทศโดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็ง ให้กับระบบซัพพลายเชน ภายในประเทศ ผ่านการสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับผู้ผลิตที่ใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศ และผู้ผลิตในประเทศ รวมไปถึงมาตรการส่งเสริมการส่งออกรถยนต์ด้วย

อย่างไรก็ตามปีนี้ถือเป็นปีที่ยากลำบากของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค.2568) โต 4% ทำให้คาดว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมปีนี้จะอยู่ที่ 609,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่มียอดขายที่ 573,000 คัน ซึ่งลดลง  26%  ในปี หน้าคาดว่าความต้องการรถยนต์ของไทยจะมีไม่น้อยกว่า 630,000 คัน และคาดว่าตลาดรถกระบะจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี  69  ส่วนหนึ่งมาจากที่โตโยต้าได้ส่งรถกระบะไฮลักซ์ทราโว่ ออกสู่ตลาด

“อุตสาหกรรมยานยนต์ได้สร้างจีดีพี ให้ประเทศถึง 10%  มีการจ้างงาน 900,000 คน  เชื่อว่า เสาหลักของเรา คือการผลิตในประเทศและการรักษาซัพพลายเชนให้มีความเข้มแข็ง ทั้งนี้หากรัฐบาลจะเข้ามาดูแลผ่านมาตรการต่างๆ เช่น  ภาษี สิทธิพิเศษต่างๆ อย่างเป็นธรรมจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง ให้ตลาดเดินหน้าต่อไปได้  สนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งการกระตุ้นดีมานด์ในประเทศ ก็เชื่อว่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ในปีหน้าดีขึ้น นโยบายของรัฐบาลในชุดปัจจุบันอย่าง นโยบาย ควิก บิ๊ก วิน  จะมีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้เติบโตไปได้ต่อเนื่อง”