เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) พร้อมด้วย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) แถลงตัวเลขผู้เสียชีวิต รวมถึงหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้เสียชีวิตกรณีน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ 

โดย นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าการบริการสาธารณสุข มี 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.เรื่องของผลการชันสูตรศพ ผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) 2.การฟื้นฟูชุมชน หลังจากมีเหตุน้ำท่วมโดยเน้นในเรื่องของสุขาภิบาลอาหาร น้ำและการป้องกันโรคติดต่อ 3.การฟื้นฟูระบบบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในอำเภอ จ.สงขลา รวมถึงจังหวัดข้างเคียงอีก 8 จังหวัด ที่ประสบภัยน้ำท่วมเช่นเดียวกัน 

นพ.ศักดา กล่าวอีกว่า ผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์อุทกภัย ใน จ.สงขลา โดยนำเสนอในพื้นที่หาดใหญ่ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ที่เป็นศูนย์รวบรวมศพผู้เสียชีวิต ซึ่งข้อมูลปัจจุบัน 1 ธ.ค. 2568 เวลา 16.00 น. มีผู้ที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ทั้งหมด 140 ศพ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 2 ศพ โดยการเสียชีวิตจะแยกออกเป็น 2 ส่วน 1. คือส่วนที่เสียชีวิตในโรงพยาบาล ทั้งหมด 65 ราย และเสียชีวิตนอกโรงพยาบาลทั้งหมด 75 ราย รวมทั้งหมด 140 ราย โดยการเสียชีวิตทั้งหมดได้มีการพิสูจน์อัตลักษณะทั้งหมด 104 ราย เหลือ 36 ราย ที่รอการพิสูจน์ตัวบุคคลโดยภาพรวมมีการรับศพคืนสู่ญาติแล้ว 23 ราย ตอนนี้ศพที่ค้างอยู่ รพ.สงขลานครินทร์ ที่เป็นจุดรวมนั้นอยู่ที่จำนวน 117 ราย 

นพ.เอกชัย กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ได้สนับสนุนการดูแลประชาชน ในช่วงภายหลังประสบอุทกภัย โดยมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่หรือทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันโดยระดมกำลังในพื้นที่ใกล้เคียงในหลายจังหวัด รวมทั้งหมด 104 ทีม โดยมีการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งให้บริการประชาชนสะสมแล้วไม่ต่ำกว่า 11,147 ราย มีการค้นหาผู้ป่วยในชุมชนที่เข้าถึงยาก ที่ประสบอุทกภัย และมีการตรวจรักษาเบื้องต้นและให้ยาทันที รวมถึงดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง มีการประเมินภาวะฉุกเฉินโดยเป็นการส่งต่อทางบก 259 ราย ส่งต่อทางอากาศ 213 ราย และยังมีทีมแพทย์เดินเท้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทีมแพทย์พยาบาลสาธารณสุข รวมถึง อสม. ที่เข้ามาร่วมทีม ในการสับเปลี่ยนหมุนเวียน 124 ทีม 

นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า โดยครอบคลุมชุมชนทั้งหมด 78 ชุมชน จาก 103 ชุมชน ตีเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ ของชุมชนทั้งหมด มีบริการสะสมจำนวน 10,400 ราย ทีม MCATT (เอ็มแคท) ซึ่งเป็นทีมสหวิชาชีพด้านสุขภาพจิตที่ทำหน้าที่ประเมินและให้การบำบัดเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภาวะวิกฤติทางจิตใจ โดยประเมินประชาชนที่ประสบภาวสุขภาพจิต 3,800 ราย และมีภาวะเครียดสูง 216 ราย และมีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย ประมาณ 8 ราย และประเมินระดับความเครียดและให้ความช่วยเหลือทันทีด้วยความติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่คาดว่าจะทำร้ายตนเอง และมีการส่งต่อไปยังระบบรักษาโรงพยาบาล 

นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า โดยกระทรวงสาธารณสุขมีการแนะนำแนวทางการปฏิบัติ ในการดูแลตนเอง ในการป้องกันโรคที่เกิดจากภาวะน้ำท่วมและโรคติดต่อต่างๆ และการป้องกันตัวเองโดยสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น และที่สำคัญคือป้องกันโรคฉี่หนู โดยพบได้จากช่วงน้ำลด ซึ่งเป็นโรคที่ปนเปื้อนในช่วงน้ำท่วม หากประชาชนพบว่าตนเองมีไข้สูง มีอาการปวดศีรษะ หรือปวดบริเวณกล้ามเนื้อน่องอย่างรุนแรง อาจจะเป็นโรคฉี่หนูได้ โดยปรึกษาทีมแพทย์ รพ.สนาม และทีมแพทย์เดินเท้า ที่เราให้บริการในชุมชนเพื่อที่จะรักษาให้ทันท่วงที 

นพ.สมฤกษ์ กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้รับการฟื้นฟูเป็นลำดับ มีการเปิดให้บริการต่าง ๆ รวมถึงโรงพยาบาลในชุมชนและ รพ.สต. ในจังหวัดสงขลาและอีก 8 จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม 

นพ.ศักดา กล่าวเสริมว่า เราทำงานควบคู่ไปกับการฟื้นฟูโรงพยาบาล เพื่อที่จะให้เปิดบริการเต็มรูปแบบในอนาคต ซึ่งมีการวางแผนเป็นระยะ โดยระยะแรก แบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่ 1 ฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาทำงานได้ 2.ฟื้นฟูดูแลบุคลากร 3.สำรวจในเรื่องของครุภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยในส่วนที่หนึ่งมีอยู่หลายภาคส่วนเข้ามาดูแล รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ดูในพื้นที่ด้วยเช่นกัน ส่วนที่ 2 เจ้าหน้าที่มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน เจ้าหน้าที่ภายนอก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้เร็วขึ้น ส่วนที่ 3 ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เสียหายจากน้ำท่วม เพื่อที่จะหาวิธีการทดแทนและซ่อมแซมกลับมาให้บริการได้ โดยภาพในสัปดาห์นี้ จะเปิดห้องฉุกเฉินได้อย่างเต็มรูปแบบ และการขยับในเรื่องของตรวจผู้ป่วยบางส่วน อีกทั้งผู้ป่วยเฉพาะทางก็จะเริ่มให้บริการมากขึ้น 

นพ.เอกชัย กล่าวว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพระราชทานทรัพย์ 100 ล้านบาท ในการช่วยสนับสนุนโรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่ประสบความเสียหายเบื้องต้น และมีการประเมินความเสียหายไม่ว่าจะเป็นอาคาร สถานที่ ระบบน้ำประปา ระบบไฟฟ้า หรือระบบบำบัดน้ำเสีย รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ประมาณ 1000 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุงแก้ไขความเสียหายโดยเร่งด่วน เพื่อให้กลับคืนสู่สภาพการให้บริการประชาชนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจำนวนผู้เสียชีวิต 1,000 ศพ ตามที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีตรอง ผบ.ตร.) พูดจริงหรือไม่นั้น นพ.ศักดา กล่าวว่า หากไปดูจากวันแรกที่รับศพ เราไม่ได้ประมาท เรามีการเตรียมการ ให้ไปดูหน้างานที่เตรียมไว้จะมีตู้คอนเทนเนอร์ ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ไม่อยากให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งวันแรก 85 ศพ จากนั้นเป็น 110 ศพ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 4 วัน คิดว่าจะเพิ่มมากที่สุดคือ 2 วันที่แล้ว เพิ่มมาอีก 10 ศพ และเชื่อว่าประชาชนกลับเข้าไปในพื้นที่เกือบจะ 100% เจ้าหน้าที่เข้าไประดมทำความสะอาด หากจะมีเพิ่มก็คงไม่มาก อาจจะเล็กน้อยในจุดที่ยังเข้าไปไม่ถึง ยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นไปตามที่เป็นข่าว

ขณะเดียวกัน นพ.ศักดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ข่าวดังกล่าวไม่บั่นทอนจิตใจคนทำงาน ซึ่งตนเองบอกกับทีมงานและให้สื่อสารตามความจริง และไม่สื่อสารตามความเชื่อหรือความรู้สึก เพราะหากเอา 2 อย่างมาปนกัน ประชาชนจะสับสน หน้าที่ตนเองพยายามจะสื่อสาร โดยเฉพาะหน้างานที่ทำทุกวัน หากไม่เชื่อก็ให้ไปดูที่หน้าตู้คอนเทนเนอร์ อยากจะเปิดให้ดู แต่เป็นสถานที่หวงห้ามของกระบวนการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งมีข้อห้ามในการเข้าถึง จึงอยากจะบอกกับประชาชน ว่าถ้าอยากรู้หรือมีข้อสงสัยให้ไปดูที่หน้างานดีที่สุด