ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศสำคัญเรื่อง “การกำหนดให้ธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจทางการเงิน และการอนุญาตให้ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงิน” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ใจความสำคัญของประกาศฉบับนี้
1.ยกระดับเป็นธุรกิจทางการเงิน: กำหนดให้ธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ถือเป็น “ธุรกิจทางการเงิน” ประเภทหนึ่ง ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินฯ)
เหตุผล: เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่เป็นแหล่งเงินทุนของประชาชน และมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและผู้ใช้บริการในวงกว้าง
2.อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท.: การกำหนดสถานะเป็นธุรกิจทางการเงินนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินฯ
3.การใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อ:
- ผู้ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล (เดิม): ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน (เช่น ธนาคารพาณิชย์, บริษัทเงินทุน, บริษัทเครดิตฟองซิเอร์) สามารถประกอบธุรกิจและใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนด
- ผู้ที่ถูกกำกับดูแลใหม่ (ปัจจุบัน): สำหรับ นิติบุคคลอื่น ที่ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และ ยังไม่เคยมีกฎหมายกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ จะมีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนต่อ ธปท. เพื่อให้ ธปท. กำกับดูแลด้านเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงินและการคุ้มครองผู้บริโภค ตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่ ธปท. จะประกาศกำหนดต่อไป
วันที่มีผลบังคับใช้ประกาศนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

ประโยชน์ต่อผู้บริโภค: การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็น “ดีเดย์” สำหรับผู้บริโภค โดยคาดว่าจะนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการที่สูงขึ้น มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งในด้านสัญญา อัตราดอกเบี้ย (ซึ่ง ธปท. มีอำนาจในการพิจารณากำหนดเพดานที่เหมาะสม) และกลไกการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มข้นของ ธปท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินโดยตรง



