เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงแนวทางปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ว่า การตรวจสอบจะยังดำเนินการ หากมีเหตุร้องเรียน แต่จะไม่เคร่งครัดเทียบเท่าสถานการณ์ปกติ เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ส่วนเอกสารหลักฐาน เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน ให้เป็นเรื่องลำดับรองลงไป หากผู้ประสบภัยไม่สามารถจัดหาได้จากการสูญหายหรืออยู่ในพื้นที่เข้าถึงลำบาก
สตง. เน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ จัดเก็บเพียง “หลักฐานที่เชื่อได้ว่าเป็นการยืนยันตัวตน และมีการจ่ายเงินจริง” เช่น ใช้เลขประจำตัวประชาชน และ หมายเลขบัญชีธนาคารที่รับโอนเงิน, บันทึกภาพถ่ายขณะมอบความช่วยเหลือ ซึ่งให้องค์กรท้องถิ่นเป็นผู้บันทึกได้เอง, หรือให้ผู้รับ ลงนามเซ็นยืนยันว่าได้รับเงินจริงก่อนดำเนินการโอน
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวถูกจัดทำและเวียนแจ้งไปยังสำนักงานภูมิภาคทุกแห่ง ครอบคลุมจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ อาทิ สตูล นครศรีธรรมราช และพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ประสบภัย เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนแก่ประชาชน
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ได้ตั้งทีมให้คำปรึกษาเฉพาะกิจ ประจำที่สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดที่ประสบภัยและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 15 (จังหวัดสงขลา) พร้อมรองรับการหารือข้อปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยปัจจุบันได้ให้คำแนะนำแก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และโรงพยาบาลในพื้นที่ที่เข้าหารือแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลจนไม่กล้าช่วย ขอเพียงมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่าเป็นการจ่ายจริงและมีตัวตน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพร้อมที่จะสนับสนุนและให้คำแนะนำ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเดินหน้าอย่างโปร่งใสและไม่เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติงาน
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้แนวทาง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยให้ความสำคัญของความคล่องตัวทางเอกสาร ควบคู่กับการตรวจสอบย้อนหลังที่ยังทำได้ตามระบบข้อมูลทางราชการ.



