เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่งเรื่องให้ ครม.ยืนยันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. …. เพื่อนำกลับเข้าไปพิจารณาในสภา เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เรื่องนี้ ..สุดยอด + 1 ต้องขอขอบคุณรัฐบาล นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. หลังตีตกร่าง “นิรโทษกรรมคดีป่าไม้” ที่เห็นความสำคัญของกฎหมายป่าไม้ว่าต้องศักดิ์สิทธิ์!
จากที่ประชุม ครม. ล่าสุดมีการพิจารณาส่งต่อร่างกฎหมายเข้าสู่รัฐสภาแล้วรวมทั้งสิ้น 58 ฉบับ (จากทั้งหมด 105 ฉบับ) โดยมีร่างกฎหมายที่น่าสนใจดังนี้ครับ กฎหมายที่ได้ไปต่อ (เดินหน้าเข้าสภา) ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด (เพื่อสุขภาพของคนไทย) ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย และร่างกฎหมายสำคัญอื่นๆ รวม 58 ฉบับ ส่วนกฎหมายที่ “ไม่ได้ไปต่อ” (ถูกตีตก) ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และที่สำคัญที่สุด: ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีป่าไม้
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในฐานะคนทำงานที่พิทักษ์ป่ามาตลอด ผมขอขอบคุณรัฐบาล ท่านนายกฯ ท่าน รมว.ทส. (นายสุชาติ ชมกลิ่น) รวมถึง ครม. ที่พิจารณาอย่างรอบคอบและตัดสินใจ “ตีตก” ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีป่าไม้นี้ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะการนิรโทษกรรมคดีป่าไม้ อาจกลายเป็นช่องว่างให้ผู้กระทำผิดบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติพ้นผิดได้ง่ายๆ การที่รัฐบาลไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ไปต่อ คือการรักษา “บรรทัดฐานความถูกต้อง” และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าทุกคนที่ทำงานเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องสมบัติของชาติ
“เรื่องนี้สุดยอดมากครับ! ขอบคุณที่รับฟังเสียงของคนเฝ้าป่าและรักษาสัญญาที่จะปกป้องทรัพยากรไทยอย่างแท้จริง”
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือตอบกลับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ขอให้ยืนยันร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งค้างการพิจารณาของรัฐสภา โดย 1. ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. …. เห็นด้วยในหลักการของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากมีเจตนารมณ์เพื่อเป็น กฎหมายสำหรับการรายงานการเปิดเผยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ อย่างไรก็ตาม กระทรวงทรัพยากรฯ ได้บรรจุหลักการ การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ไว้ในร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. …. ในร่างมาตรา 67 (4) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
2. ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. …. พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 22 กำหนดให้ กระทรวงทรัพยากรฯ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสงวน อนุรักษ์และฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และราชการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรฯ หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวง ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรฯ ย่อมส่งผลต่อภารกิจ หน้าที่ และอำนาจของกระทรวงทรัพยากรฯ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐในสังกัด เช่น กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานฯ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
รวมทั้งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและมีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ทั้งในด้านความยุติธรรม การปรองดอง และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบกฎหมายของประเทศ พร้อมทั้งต้องคำนึงถึงความสมดุล ระหว่างการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน กับสิทธิในการดำรงชีวิตของประชาชนผู้ยากไร้หรือเกษตรกรผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบ จากกฎหมายและนโยบายด้านป่าไม้ในอดีต นอกจากนี้ ควรต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่าร่าง พ.ร.บ. มีเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้หรือเกษตรกรผู้ยากไร้ หรืออาจกลายเป็นช่องว่างให้ผู้บุกรุกเชิงพาณิชย์ กลุ่มนายทุน นักการเมือง และผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกที่ดินและป่าไม้ได้รับประโยชน์ จากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. แล้วพบว่ามีผลกระทบเชิงลบ
สรุปได้ดังนี้ 1. เสี่ยงต่อการถูกใช้เป็นช่องทางเอื้อประโยชน์ให้ผู้บุกรุกเชิงพาณิชย์ นายทุน นักการเมือง และผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกที่ดินและป่าไม้ในนามประชาชนหรือธุรกิจได้รับประโยชน์ไปด้วย 2. บั่นทอนหลักการคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ รวมถึงทรัพยากรธรรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งการนิรโทษกรรมอาจทำให้สังคมมองว่าการบุกรุกที่ดินและป่าไม้ “ไม่เป็นความผิด” และเกิดการบุกรุกซ้ำในอนาคต 3. ความยากลำบากในการแยกแยะกลุ่มเป้าหมาย โดยการพิสูจน์ว่าบุคคลใดสมควรได้รับการนิรโทษกรรม เช่น ประชาชนผู้ยากไร้หรือเกษตรกรผู้ยากไร้ กับบุคคลที่ไม่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม เช่น ผู้บุกรุกเชิงพาณิชย์ นายทุน นักการเมือง และผู้มีอิทธิพล เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต
4. ผลกระทบที่เกิดต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงระบบนิเวศ หากไม่กำหนดเงื่อนโขการควบคุม กำกับ ดูแล ให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้อย่างเข้มงวด อาจนำไปสู่การเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศ ทั้งนี้ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสืออัยการสูงสุด (อสส.) ด่วนที่สุด ที่ อส 008 (พก 1)/17324 ลงวันที่ 9 ต.ค. 2568 เรียนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ แจ้งข้อสังเกตในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎรเฉพาะกลุ่มด้วยแล้ว.



