เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรัตน์ ตันประเวช (ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช) แพทย์เวชปฏิบัติทางประสาทวิทยา (ประสาทแพทย์) ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและความผิดปกติทางระบบประสาท โพสต์ข้อความให้ความรู้ผ่านเพจ “สาระสมองกับอจ.สุรัตน์” เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ “โรคอ้วน” โดยระบุว่า

โรคอ้วนทำสมองแก่ก่อนวัย

โรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายโรคที่รู้จักกันดี เช่น โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน แต่ความจริงแล้วมีผลกระทบมากกว่านั้น เพราะโรคอ้วนทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และยังทำให้สมองเสื่อมก่อนวัย

งานวิจัยล่าสุดในกลุ่มวัยรุ่นตอนปลายและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุเฉลี่ยเพียง 33.6 ปี) พบว่า ผู้ที่มีค่า BMI เกิน 30 (ถือว่าอ้วน) มีการเปลี่ยนแปลงในเลือดหลายด้านที่สะท้อนถึง “ความเครียดของสมอง” ได้แก่

ระดับ Neurofilament light (NfL) ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นโปรตีนบ่งชี้การทำลายของเซลล์สมอง และเป็นความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์

แพทย์ระบุว่า เรื่องนี้น่ากลัวเพราะโดยปกติภาวะสมองเสื่อมเริ่มเกิดในวัยประมาณ 65 ปี แต่ผู้เข้าร่วมวิจัยยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว ทว่ามีสัญญาณเสื่อมของสมองแล้ว แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติด้านความจำ แต่ผลเลือดกลับคล้ายกับในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ แสดงว่าสมองเสื่อมอาจเริ่มต้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน และเมื่อรู้ตัวอาจสายเกินไป

อีกสารสำคัญที่พบความผิดปกติคือ “โคลีน” ซึ่งเป็นสารอาหารคล้ายวิตามินบำรุงสมอง เมื่อมีภาวะอ้วน ระดับโคลีนจะลดลง ทำให้ความเสื่อมของสมองเกิดขึ้นเร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินของคนบางกลุ่มที่ได้รับโคลีนน้อยอยู่แล้ว

แหล่งอาหารที่มีโคลีนสูง ได้แก่

ไข่แดง

ตับ

ปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน

ถั่วเหลือง

ผักตระกูลกะหล่ำ (บรอกโคลี กะหล่ำปลี ฯลฯ)

ผศ.นพ.สุรัตน์ ระบุว่า การดูแลสุขภาพสมองไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น หากต้องการป้องกันภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่

กินอาหารที่มีโคลีนสูงเป็นประจำ

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

ออกกำลังกายเพื่อลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน

ลดการอักเสบในร่างกาย เช่น นอนให้เพียงพอ ลดอาหารแปรรูป งดแอลกอฮอล์

ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะค่าตับ น้ำตาล และไขมันในเลือด

ผศ.นพ.สุรัตน์ทิ้งท้ายว่า “สมองเสื่อมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวัยสูงอายุ พฤติกรรมในวัยหนุ่มสาว—การกิน การนอน ความเครียด—ล้วนเป็นโซ่แห่งนิสัยที่สะสม และอาจทำให้สมองเสื่อมเร็วกว่าที่คิดเมื่อแก่ตัวไป”

— สุรัตน์