กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย ผู้นำด้านธุรกิจบริการวิศวกรรม ร่วมฉลองวันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมแนะนำเทคโนโลยีหอเผาระดับพื้นดินแบบปิด (Enclosed Ground Flare หรือ EGF) ที่ช่วยให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีไทยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

หอเผาทิ้งถือเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ในการกำจัดก๊าซเหลือทิ้งที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย ลดปริมาณสารเคมีอันตรายที่อาจส่งผลต่อชั้นบรรยากาศและสุขภาพชุมชน เป็นหนึ่งในมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับสากล อย่างไรก็ดี หอเผาแบบ Elevated Flare ที่ใช้ทั่วไปมีลักษณะเป็นปล่องสูง ทำให้เปลวไฟและควันปรากฏให้เห็น สร้างความกังวลเรื่องมลภาวะทางแสงและความรำคาญแก่ชุมชน

เทคโนโลยีหอเผาระดับพื้นดินแบบปิด (EGF) จาก John Zink หนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีการเผาไหม้ระดับโลก ถูกนำมาติดตั้งโดยกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย โดยมีจุดเด่นตั้งแต่การไม่มีควันดำออกมา 100% ไม่มีเปลวไฟ ไม่สร้างมลภาวะทางแสงและเสียงรบกวน ตลอดจนลดแรงสั่นสะเทือนขณะเผาไหม้

คุณสมบัติทั้งสี่ด้านนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้มากขึ้น ลดความกังวลเรื่องฝุ่น PM2.5 รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของแต่ละองค์กร

‘ตาม จำนงค์อาษา’ Managing Partner กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย กล่าวว่า ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานไทยด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและนวัตกรรม การนำเทคโนโลยี EGF มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้อุตสาหกรรมพลังงานของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจให้ยั่งยืน

ตั้งแต่ปี 2560 กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย และพันธมิตรได้นำเสนอและติดตั้งอุปกรณ์ EGF ให้บริษัทปิโตรเลียมและปิโตรเคมีชั้นนำของไทย ล่าสุดได้ติดตั้งให้แก่สถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 1 (LMPT1) จังหวัดระยอง ของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ที่แล้วเสร็จและเริ่มใช้งานแล้ว

การเปลี่ยนมาใช้ EGF เป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากมีข้อกำหนดด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม และความเร่งด่วนในการร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการศึกษาและเตรียมการ แต่ถือเป็นความสำคัญที่ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังพัฒนาซอฟต์แวร์ ‘boonma’ ระบบฐานข้อมูลทางวิศวกรรม ครอบคลุมการดูแลอุปกรณ์ตั้งแต่ชิ้นเล็กไปจนถึงระบบโรงงาน ทำให้ลูกค้าติดตาม ตรวจสอบ และเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้รวดเร็ว สะดวก และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

“เรามองลูกค้าเป็นพันธมิตร การผลิตที่ต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสำคัญต่ออุตสาหกรรมพลังงานซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับความสามารถแข่งขันของประเทศ เราพร้อมให้คำแนะนำและสนับสนุนตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้จนถึงการติดตั้ง EGF เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีของไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในอนาคต” ตามกล่าวสรุป