เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เรื่องสุขภาพ โดยระบุว่า
หลายคนคิดว่าปัญหาหัวใจเกิดเฉพาะในคนอายุมากหรือคนที่มีโรคประจำตัว แต่จริง ๆ แล้ว “นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำทุกวัน” นี่แหละตัวเพิ่มภาระหัวใจแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่รู้ตัวจนวันหนึ่งเริ่มเหนื่อยง่าย ใจสั่น แน่นหน้าอกขึ้นมาเฉย ๆ ยิ่งรีบบอกตัวเองว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย” ยิ่งอันตราย เพราะหัวใจเป็นอวัยวะที่เหนื่อยแล้วไม่พูด แต่ส่งสัญญาณผ่านความผิดปกติเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้ามครับ
1) กินเค็มเป็นประจำแบบไม่รู้ตัว
ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสต่าง ๆ อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของดอง หรืออาหารตามสั่งที่ใส่น้ำซุปเค็ม ๆ ทั้งหมดทำให้โซเดียมเกินความจำเป็น ส่งผลให้ร่างกายกักน้ำ ความดันสูงขึ้น และหัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อดันเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ คนจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองกินเค็มเกิน เพราะ “ไม่ได้โรยเพิ่ม” แต่เค็มจากวัตถุดิบล้วน ๆ ก็ทำให้หัวใจทำงานหนักแบบสะสมจนนำไปสู่หัวใจโตและความดันเรื้อรังได้เลยครับ
2) นอนดึกเรื้อรัง พักผ่อนไม่พอแม้จะนอนชดเชย
การนอนน้อยทำให้ระบบประสาทสู้–หนีทำงานมากเกิน เกิดฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว ความดันแกว่ง และผนังหลอดเลือดอักเสบแบบค่อยเป็นค่อยไป หลายคนคิดว่ามานอนชดเชยวันหยุดก็พอ แต่ความจริงหัวใจไม่ได้ฟื้นจากความเครียดสะสมง่าย ๆ กลายเป็นภาระระยะยาวที่ทำให้หัวใจทำงานหนักกว่าปกติหลายชั่วโมงต่อวัน
3) เครียดจนกลายเป็นนิสัย กดดันตัวเองตลอดเวลา
ความเครียดแบบเรื้อรังทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว เลือดข้นขึ้น และหลอดเลือดหดตัวตลอดเวลา คนที่ทำงานหนัก คิดงานก่อนนอน หรือตื่นมาพร้อมความกังวล มักมีอาการหัวใจเต้นรัว เหนื่อยง่าย หรือแน่นอกเป็นระยะ ๆ เพราะหัวใจต้องทำงานภายใต้ฮอร์โมนความเครียดทั้งวันโดยแทบไม่มีช่วงพัก
4) ไม่ค่อยขยับตัว นั่งนานทั้งวัน
หัวใจคือ “ปั๊มส่งเลือด” ที่ต้องพึ่งกล้ามเนื้อทั่วร่างช่วยหมุนเวียนเลือด ถ้านั่งทั้งวัน เลือดค้างอยู่ที่ขา ไหลเวียนช้า หัวใจต้องเพิ่มแรงดันเพื่อผลักเลือดกลับขึ้นบนตลอดเวลา ภาระหัวใจเพิ่มขึ้นแบบเนียน ๆ โดยไม่รู้ตัว คนที่นั่งเกิน 6–8 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นชัดเจนแม้จะออกกำลังกายตอนเย็น
5) กินหวานจัด น้ำตาลสูงทุกวัน
น้ำตาลทำให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งขึ้น เลือดไหลไม่ลื่น หัวใจจึงต้องทำงานแรงขึ้นเพื่อดันเลือดไปตามหลอดเลือดที่เริ่มตีบและอักเสบคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าน้ำตาลนี่แหละ “ภาระใหญ่ที่สุดของหัวใจ” เพราะมันนำไปสู่ไขมันสูง ไตรกลีเซอไรด์พุ่ง และภาวะดื้อต่ออินซูลินที่ทำให้หัวใจทำงานเกินกำลังในทุกมื้อครับ
หัวใจไม่ใช่อวัยวะที่เจ็บแล้วร้องเตือน แต่แสดงออกผ่านสัญญาณเล็ก ๆ เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือตื่นแล้วไม่สดชื่น การลดภาระหัวใจเริ่มได้จากนิสัยประจำวัน—ลดเค็ม ลดหวาน ขยับตัวให้มากขึ้น และพักผ่อนให้พอ ถ้าดูแลแต่วันนี้ หัวใจจะตอบแทนด้วยพลังและความสดชื่นที่ชัดเจนขึ้นในไม่กี่สัปดาห์เลยครับ



