เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่จบลงแบบช็อกวงการบันเทิง เมื่อดาราสาว “นานา ไรบีนา” ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวอย่างกะทันหัน หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงและยักยอกเงินเพื่อนในวงกว้าง โดยมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 400 ล้านบาท

ตามที่มีรายงานด่วนจากสื่อหลายสำนัก นานา ไรบีนา ได้ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) บุกเข้าจับกุมคาบ้านพักส่วนตัวย่านพระโขนง หลังจากมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมเกิดขึ้นหลังจากที่กระแสข่าวการเบี้ยวหนี้เพื่อนรักในแก๊งนางฟ้ากลายเป็น Talk of the Town

การรวบตัวครั้งนี้เกิดขึ้นตามมาติด ๆ หลังจากที่ “ข้าวโพด สมิทธินันท์” หนึ่งในเพื่อนสนิทที่ตกเป็นผู้เสียหาย ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกในไลฟ์สดถึงความช้ำที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

ก่อนหน้าการจับกุมเพียงไม่นาน “ข้าวโพด สมิทธินันท์” ได้ออกมาไลฟ์ขายของพร้อมเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา โดยยอมรับถึงตัวเลขความเสียหายที่หลายคนสงสัย โดยข้าวโพดเผยว่า “บางทีความรักมันทำให้เราโง่ ความรักมันทำให้เราไว้ใจ ผิดที่ไว้ใจ 70 ล้านจริงสิคะ ไม่รู้จะพูดได้หรือเปล่า ก็จะบอกว่าเป็นตัวเลขที่ต้องติดตามตอนต่อไป แต่ดูหน้านะคะ (ทำหน้าปากคว่ำ) ฟ้องไหม ขอบอกว่าอันนี้คุณทนายเขาบอกว่าพูดอะไรยังไม่ได้ ยังไม่ถึงขั้นศาล ยังไม่ถึง ยังไม่ควรพูด ไม่มีอะไรแบบนั้น คุณทนายบอกว่าอยู่เงียบๆ ทำมาหากินไปดีกว่าค่ะ”

“เริ่มแปลกๆ จากการโกหกซ้ำซ้อนแล้วก็โป๊ะ แต่โพดเล่าไม่ได้นะคะ มันโกหกซ้ำซ้อนแล้วโป๊ะ จับโป๊ะได้วันที่ 23 กันยายนค่ะ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเอาเงินไปทำอะไร ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เขาผ่อนจ่ายไหมคะ น่าจะพูดไม่ได้ค่ะ พอรู้ความจริงช็อกมากไหม ตอนนั้นร้องไห้กอดกับเขา (นานา) อยู่ 2 ชั่วโมง กอดกันเพราะว่าสงสารตัวเองและก็สงสารเพื่อน ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องตัวเองเท่าไหร่ คิดถึงภาพรวม คิดถึงความตกใจ คิดถึงทุกคน ข้าวโพดกับเพื่อนนั่งร้องไห้กันอยู่นานมากกับเพื่อนรักคนนั้น กอดกันร้องไห้อยู่นานมาก ช็อกไหม คิดว่าพวกเราจะผ่านกันไปยังไง”

ข้าวโพด เผยต่อว่า “ขอพูดเรื่องเดิมก่อนนะคะ หลายๆ คนชอบคิดว่าถ้าเรามีเรื่องแบบนี้เราจะเล่าให้สามีฟังหรือเปล่า เผอิญบ้านพวกเรา เรารักสามี มีอะไรเราเล่าให้สามีเราฟังทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นสามีเราไม่มีตื่นขึ้นมาเซอร์ไพร้ส์ว่าเพิ่งรู้เรื่อง ไม่มี สามีบ้านพวกเรารู้ตั้งแต่แรกและเป็นกำลังใจให้เรา สามีบ้านอื่นๆ ซึ่งตื่นขึ้นมาวันหนึ่งเพิ่งทราบว่าอะไรเกิดขึ้นในบ้านเรา อันนี้มันก็เป็นสามีบ้านแปลกๆ อันนี้มันยาก ไม่รู้บ้านคนอื่นเป็นอย่างไร แต่บ้านเราเล่าทุกเรื่อง บอกเลยว่าสามีไม่ว่า แต่ว่านอนกอดกันร้องไห้อาทิตย์หนึ่ง เพราะเล่าให้สเตฟานฟัง แล้วคุณสามีกับครอบครัวนั้นเราเป็นเพื่อนกันทั้งครอบครัว เพราะฉะนั้นไม่ใช่ข้าวโพดเผชิญเรื่องนี้คนเดียว มีคุณสามีเผชิญด้วยตั้งแต่แรก ข้าวโพดโชคดีที่มีสามีเหมือนเพื่อนสนิท เราคุยกันได้ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นคุณสามีไม่มีวันพูดว่าตื่นมาโพดโดนอะไรไม่รู้เรื่อง สามีรู้หมดว่าจะไปเก็บศพเมียที่ไหน”

“สามีพยายามให้กำลังใจ สามีพยายามทำกับข้าวให้เรากิน พยายามพาเราไปเที่ยวแบบย่อมเยา พยายามจะให้ความสุขเรา กระซิบบอกลูกไปกอดแม่หน่อย ไปหอมแม่หน่อย พยายามตลอดเวลา คุณสามีเป็นคนคนนั้น โชคดีมากที่ข้าวโพดมีสามี มีลูกๆ มีเพื่อนๆ ที่ดี และเพื่อนไม่ทิ้งกันเลย และเรายิ่งรักกันเหนียวแน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยค่ะ แล้วแก๊งเรา ไม่ต้องเลี้ยงสามี สามีช่วยกันทำมาหากิน เรารักกันเป็นครอบครัวนะ สามีพวกเรานิสัยดี ใจบุญ มีอะไรพวกเราคุยกับสามีทุกเรื่อง เน้นย้ำไม่มีเซอร์ไพร้ส์ สามีรู้หมดทุกเรื่อง ใครที่คุยกับสามีไม่ได้ทุกเรื่องก็กรรมเวรนะคะ ก็จะแปลกๆ”

“พูดจริงๆ ถ้าคนไม่ได้ทำอะไรผิดจะไม่ค่อยกลัวการไปออกโหนกระแส ไม่กลัวค่ะ ไม่กลัวอยู่แล้ว ถ้ามันต้องถึงจุดที่ต้องไปออก ปกป้องตัวเองก็ต้องไป แต่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ เอาไว้ดูกันในไลฟ์ขำๆ แล้วกันนะคะ มาซัพพอร์ตพวกเรากันนะคะ มีลูกต้องไปเรียนอินเตอร์ไม่อยากย้ายโรงเรียนเขาเลย ไม่อยากให้ลูกเราชีวิตเปลี่ยน เราชีวิตเปลี่ยนได้ แต่ลูกเราไม่ควรชีวิตเปลี่ยนเนอะ ข้าวโพดดูมีสติมาก ไม่น่าเลย จริงทุกวันนี้ยังมานั่ง ถ้าถีบตัวเองได้คงถีบไปแล้ว แต่มันทำไม่ได้ เอาเป็นว่าถ้าใครไม่มาอยู่ในจุดของโพดไม่รู้หรอก ถ้าเรารักใครสุดหัวใจ มันไว้ใจ”

“โพดรักเขาเหมือนครอบครัว แล้วอยู่ดีๆ ใครจะคิดว่าคนในครอบครัวจะเป็นแบบนี้ อย่าว่าโพดโง่เลยนะ จะว่าโง่ก็ได้ ด่าตัวเองมาหลายรอบแล้ว เพื่อนเตือนทุกอณู ปากจะฉีกถึงทุกรู แต่เราแบบ โอ้ย ไม่มีวัน ไม่มีทาง มันรักกูจะตาย มันเป็นคนดี เป็นไง เตือนตลอดเวลาแต่อีนี่ก็ไม่ฟังก็เลยเป็นกฎแห่งกรรม ชีวิตมันก็ต้องเป็นอย่างนี้กับเพื่อนคนนั้นจะดีกันไหม กลับไปเป็นเพื่อนกันไหม เพื่อนเยอะแล้วค่ะ เก็บไว้แค่ที่เรารักกัน เพื่อนที่ไม่โกหกกัน เพื่อนที่จริงใจให้กันดีกว่า โพดไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้น แต่ว่าเงินที่เก็บมา 95% ดีกว่า ไม่ใช่เงินเก็บลูกเงินเก็บแม่ด้วยนี่แหละ เงินเก็บทั้งบ้าน เหนื่อย ไม่ได้ล้มบนฟูกค่ะ จะบอกว่าคุณสามีไม่ได้ร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐีจะมาเลี้ยงนะคะ คุณสามีเป็นพนักงานโรงแรมท่านหนึ่ง ทำงานหากินปกติค่ะ สามีทางนั้นบอกรู้แล้วแทบช็อก ให้ใช้วิจารณญาณนะคะ ขอบอกว่าไม่ค่อยอยากจะคอมเมนต์ ครอบครัวที่สามีภรรยาไม่คุยกันมันแปลกๆ คิดว่าเป็นกรรมหรือเวรกับสามีภรรยาที่ไม่คุยกัน หรือสามีรู้แต่แกล้งไม่รู้ อันนี้เราไม่รู้นะคะ”

“พอลล่าสุขภาพจิตนางโอเคขึ้นค่ะ เรามีกลุ่ม เราคุยกันทุกวันนะคะ ให้กำลังใจกัน รักกันทุกวัน ส่งมีมตลกให้กันอ่าน ตลกๆ ดี พยายามให้ทุกคนมีอารมณ์ดีกันทุกคน พอลล่าก็จะส่งอะไรตลกๆ มา เราก็ส่งอะไรๆ ตลกไป ตอนนี้เจนี่ (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) ต้องขยันทำมาหากิน เขาต้องซัพพอร์ตลูกเขานะ พลอย (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ไม่โดนนะคะ แต่คุณมัมรักเพื่อนค่ะ คนใกล้ตัวโดนไม่หมดทุกคนนะคะ แต่เยอะอยู่ค่ะ คริส หอวัง กับวุ้น (วิริฒิพา ภักดีประสงค์) ไม่โดนนะคะ รอดค่ะ เจนสุดาโดนไหม ไม่อยากตอบแทนเพื่อนค่ะ แล้วคริสน่ารักมาก พอรู้นางบอกเลยจะให้ช่วยเหลือเรื่องเงินอะไรบอกได้เลย โพดร้องไห้เลยตอนนั้น คริสบอกว่ากูรู้ว่าถ้าเป็นกู มึงก็ทำเหมือนกัน มึงจะช่วยกูเหมือนกัน คริสคือโคตรดีเลย น่ารักมากๆ พี่เดย์ พูดไม่ได้ค่ะ แต่รักพี่เดย์มาก”

“ก่อนหน้านี้คนถามว่าทำไมพวกเราถึงอันฟอล ขอตอบว่าบางทีการที่เราฟอลโลว์ใครอยู่แล้วเราเห็นอะไรของเขาแล้วเราสะเทือนใจ เอาง่ายๆ มันทำให้เราสะเทือนใจเราเลยคิดว่าการอันฟอล มันเซฟจิตใจเรามากกว่า มันเซฟจิตใจเราไม่ให้เรามาเห็นอะไรที่มันดูสะเทือนใจ เรารู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับชีวิตเรา พยายามจะไม่นึกถึงมัน ถ้าปิดโซเชียลได้นะก็ปิดไปแล้ว แต่ก็ต้องใช้ทำมาหากิน”

“ป้าแอน (อลิชา หิรัญพฤกษ์) กลางหรือเอียงคะ ป้าแอนกลางมากค่ะ รักป้าแอนมาก ป้าแอนน่ารักมากๆ ป้าแอนกลางนะคะ ป้าแอนหวังดีกับทุกคน ป้าแอนเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ป้าแอนที่บอกว่านางจะเป็นเสาหลักให้กับทุกคน นางเป็นจริงๆ ค่ะ พี่บอยก็น่ารักมาก รักพี่บอยค่ะ”

“ถามว่าเขาเคยเจรจาไหม ก็คุยๆ กันเป็นเดือนกว่าจะมาถึงจุดนี้ ใครโดนเยอะสุดไม่บอกค่ะ แต่ไม่ใช่ข้าวโพด แต่พี่โพดเป็นท็อป5 ค่ะ ไม่ใจเย็น แต่มันทำอะไรไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ถ้าเราว้าวุ่นเราก็จะจิตตก คนรอบข้างก็จะเซ็งด้วย เราก็พยายามทำให้ทุกอย่างมันดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ในสถานการณ์แบบนี้ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พยายามจะเอาพระเจ้ามาข่มจิตใจ พยายามจะนึกถึงแต่สิ่งดีๆ ที่เราหลงเหลืออยู่และเวลาดีๆ”

“(ทีมงานอ่านคอมเมนต์ ต่อไปนางจะเอาเงินที่ไหนไปสปอยล์ผัวเพราะไม่มีเพื่อนให้โกงแล้ว ?) อุ้ย ตอบไม่ได้เลยแต่ยกนิ้วให้นะคะ (ยกนิ้วหัวแม่มือให้) เราก็คิดอะไรประมาณนั้นเหมือนกัน (เสียงทีมงานตอนไปมอนติคาร์โล นน ไปกาสิโนไหมคะ ไปกับคุณข้าวโพด?) คุณข้าวโพดไป แล้วคุณข้าวโพดเจ๊งค่ะ เสียประมาณ 300 ยูโร น่าจะเป็นคนทำอะไรแบบนี้ไม่ขึ้น ไปด้วยกันหมดค่ะ ตลกๆ”