เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. และคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “ต้องชนะยาเสพติด” มุ่งสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติที่เพิ่มความซับซ้อน ทั้งด้านการลำเลียงผ่านโลกออนไลน์และพัสดุระหว่างประเทศ

พล.ต.ท.อาชยน เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย.2568 บช.ปส. โดย บก.ปส.1 และ บก.ปส.2 บูรณาการร่วมสำนักงาน ป.ป.ส., หน่วยงานต่างประเทศ และสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “เด็ดปีกมาเฟียข้ามชาติ” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 40 ราย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 คดีสำคัญ

คดีแรก เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปส.1 จับกุมนายเอ็นซูเบ (นามสมมติ) สัญชาตินิจีเรีย สมาชิกขบวนการโรแมนซ์สแกม ที่สวมรอยเป็นชาวเกาหลีหลอกหญิงยุโรปซึ่งบกพร่องทางการได้ยินให้เชื่อใจ ก่อนชักชวนมาเที่ยวไทยและเตรียมพาไปจดทะเบียนสมรสที่เบลเยียม จากการตรวจค้นพบผู้ต้องหาแอบซุกซ่อนโคเคน 5.7 กิโลกรัม ในกระเป๋าเดินทางของหญิงผู้เสียหายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือลักลอบขนยาออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมประสานสถานทูตฮังการีให้ความช่วยเหลือและส่งหญิงผู้เสียหายกลับประเทศอย่างปลอดภัย

คดีที่สอง บก.ปส.1 ร่วมกับ DEA ขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบส่งออกวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ไปยังสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ ยึดของกลางรวม 185,328 เม็ด จับผู้ต้องหาได้ 11 ราย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท

คดีที่สาม บก.ปส.1 ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตรวจสอบเส้นทางวัตถุออกฤทธิ์ที่หลุดออกจากระบบควบคุม นำไปสู่การจับกุมเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแพทย์ นักกายภาพบำบัด ครู ผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อย รวม 25 ราย ยึดวัตถุออกฤทธิ์รวม 219,780 เม็ด และทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 525 ล้านบาท

คดีที่สี่ บก.ปส.2 เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการชาวจีนลักลอบผลิต–จำหน่ายยาเสพติดรูปแบบใหม่ “พอตเค” เชื่อมโยงหลายพื้นที่ ทั้งพัทยา–ห้วยขวาง–นนทบุรี โดยจุดแรกเป็นการล่อซื้อบริเวณคอนโด The Trust South Pattaya สามารถจับกุมชายชาวจีน Mr. Liu Yisheng ขณะรับเงินคาหนังคาเขา พร้อมหัวพอตเค 100 หัวที่ซุกอยู่ในถุงอาหารแมว

ต่อมาขยายผลเข้าจับกุม Mr. Lu Huowen ที่คอนโดย่านห้วยขวาง พบอุปกรณ์ผลิตและพอตจำนวนหนึ่ง ก่อนนำไปสู่การตรวจค้นคอนโดศุภาลัย ปาร์ค แคราย–งามวงศ์วาน จ.นนทบุรี อีกสองห้อง พบเป็นแหล่งผลิตและเก็บสินค้า จับกุมผู้ต้องหาชาวจีนเพิ่มอีก 2 ราย คือ Li Huanghua และ Mo Liangjuan รวมผู้ต้องหาสัญชาติจีน 4 ราย ของกลางประกอบด้วยหัวพอตเค 2,386 หัว วัตถุออกฤทธิ์ “อิโทมิเดต” 716 กรัม ไอซ์ 12.2 กรัม พอตบุหรี่ไฟฟ้าเปล่า 5,390 หัว และเงินสดหลายสกุลรวมมูลค่านับล้านบาท

จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวใช้คอนโดหรูหลายแห่งเป็นฐานผลิต–เก็บ–ส่งยา มีการซุกซ่อนในพัสดุอาหารสัตว์และใช้บริการขนส่งด่วนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ เป้าหมายหลักคือแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ชุมชนในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังร่วมกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.–30 พ.ย.2568 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 48,401 คดี ผู้ต้องหา 48,260 ราย ยึดยาบ้า 215.8 ล้านเม็ด เฮโรอีน 97.72 กก. ไอซ์ 6,188.59 กก. โคเคน 9.21 กก. คีตามีน 1,380 กก. ยาอี 196,152 เม็ด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกว่า 989.98 ล้านบาท

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมย้ำว่าปฏิบัติการทั้งหมดเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยและหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดแบบ “ชุดรากถอนโคน” มุ่งปกป้องประชาชนและขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้เกิดผลอย่างยั่งยืน.