เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 ที่ ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน (C Asean) อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จัดงาน TGO Forum & TCNN Conference 2025 ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ประเทศไทย ด้วยพลังองค์กรผู้นำ โดยมีบุคคลสำคัญร่วมงานคับคั่ง โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินทางมเป็นประธานในพิธี

ภายในงาน นายณภรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ได้กล่าวแนะนำและสรุปผลการดำเนินงานของ เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) พร้อมด้วย นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร ประธานกรรมการเครือข่าย TCNN และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมกล่าวถึงความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนเป้าหมายการ ลดคาร์บอน ในภาคเอกชน

จากนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และ ใบประกาศเกียรติคุณ แก่องค์กรและจังหวัดที่เป็นผู้นำในการดำเนินการ ลดก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ CALO (Carbon Neutral Leading Organization) รวม 5 องค์กร มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway รวม 15 จังหวัด และ มอบใบประกาศเกียรติคุณองค์กรนำร่อง CALO รวม 30 องค์กร

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายในงาน ได้มี นายอริณชย์ ทองแตง (น้องอิน) และ น.ส.อริสา ทองแตง (น้องเอม) สองพี่น้องนักอนุรักษ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Below the Tides เป็นเยาวชนกลุ่มเดียวได้รับเชิญขึ้นเวที Keynote Speaker ในงาน TGO Forum & TCNN Conference 2025: ขับเคลื่อน Net Zero ไทยด้วยพลังองค์กรผู้นำ

โดยทั้งสองได้รับเชิญในฐานะเยาวชนไทยผู้ได้รับประกาศเกียรติคุณ Net Zero Man เพื่อบรรยายในหัวข้อ “Net Zero Leadership: Inspiring Action and Driving Cultural Change for a Sustainable Future” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจตั้งแต่การก่อตั้งกลุ่ม Below the Tides ที่เริ่มจากความรักในธรรมชาติ ความผูกพันกับสัตว์เลื้อยคลาน และความตั้งใจทำงานอนุรักษ์ตั้งแต่วัยเด็ก

Below the Tides ดำเนินโครงการต่างๆ ร่วมกับหลายภาคส่วน ดังนี้

โครงการอิ่มท้องน้องเต่า (Zero Starving Sea Turtles) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยทางทะเลและชายฝั่ง จ.ระยอง เพื่อเพิ่มอัตรารอดของเต่าทะเลหายากจาก 0.3% ให้สูงกว่า 70% ผ่านการอนุบาลก่อนปล่อยคืนทะเล

โครงการปะ ปลา ยูน หญ้า ณ.เกาะหมาก (Coral Fish Gong Grass @ Koh Maak) ร่วมกับ กองทุนปะการังเกาะหมาก และชุมชนเกาะหมาก ในการนำปะการังหักกลับคืนสู่แนวปะการังธรรมชาติ

โครงการอยู่ยงคงพะยูน (Long Live Dugong) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดหาโดรนและ power stations เพื่อสำรวจเส้นทางพะยูนและแหล่งหญ้าทะเล (และต่อมาถูกนำไปใช้ช่วยประชาชนในเหตุอุทกภัยหาดใหญ่ — เหตุการณ์นี้อยู่ด้านล่าง)

โครงการปักกล้าป้องผืนดิน (Mangroves Protect the Land) ร่วมกับ โรงเรียนธรรมชาติป่าชายเลน จ.สมุทรสงคราม และชุมชนอำเภอบางแก้ว ปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ต่อเนื่อง 3 ปี

โครงการคลีนคลอง ครื้นเครง (Canal Crusade) ร่วมกับ มูลนิธิTerraCycle Thailand เก็บขยะในคลองลาดพร้าวก่อนจะไหลลงสู่ทะเล

โครงการผู้พลิกกระแสน้ำ: กู้ชายฝั่งและป่าชายเลนปราณบุรี (Tide Turners: Saving Pranburi’s Shores and Mangroves) ร่วมกับคนในชุมชนที่ประกอบอาชีพเรือหางยาวในพื้นที่ปราณบุรีที่ต้องการดูแลสิ่งแวดล้อมในบ้านเกิดและสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนแบบยั่งยืน

โครงการ Magic Big Blue: A Moment to Remember ดำเนินกิจกรรมร่วมกับ โรงเรียนกว่า 210 แห่งใน 10 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเล เพื่อให้ความรู้เรื่องมหาสมุทรและสภาพภูมิอากาศ

แคมเปญ “ลา ละ นะ มะ มูล เอย”ร่วมกับ เครือข่ายเยาวชนและโรงเรียนในหลายจังหวัด เพื่อรณรงค์เรื่องไมโครพลาสติกในห่วงโซ่อาหาร หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองตระหนักว่า “สิ่งเล็กๆ สามารถขยายผลได้เกินคาด” คือ อุปกรณ์โดรนและ power stations จาก โครงการอยู่ยงคงพะยูน ที่กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่งได้นำไปช่วยเหลือประชาชนในเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ อำเภอหาดใหญ่ ในช่วงที่พื้นที่ถูกตัดน้ำตัดไฟและขาดการสื่อสาร โดรนถูกใช้เพื่อติดตามสถานการณ์และส่งสัญญาณเตือน ส่วน power stations ถูกใช้เป็นแหล่งไฟให้ชาวบ้านชาร์จโทรศัพท์เพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านต่างซาบซึ้งใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งอินและเอมไม่เคยคาดคิดว่าความตั้งใจช่วยพะยูนจะช่วยผู้คนในยามวิกฤติได้จริง

จากประสบการณ์ภาคสนาม ทั้งสองต่อยอดทำงานวิจัยคำนวณ Carbon Footprint ส่วนบุคคล และเลือกซื้อคาร์บอนเครดิตจาก อบก. เพื่อชดเชยจนบรรลุสถานะ Net Zero Man ของประเทศไทย ทั้งอินและเอมกล่าวปิดท้ายว่า “เราไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ทำจะยิ่งใหญ่หรือเล็กเพียงใด แต่ทุกครั้งที่ลงมือทำด้วยความตั้งใจ มันสามารถสร้างผลกระทบดีๆ ต่อธรรมชาติ และบางครั้งยังช่วยผู้คนในวันที่เขาต้องการที่สุดได้โดยไม่คาดคิด”