เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัด กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 กวดขันพื้นที่รับผิดชอบ ทำงานอาชญากรรมเชิงรุก
โดย พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.ตม.จว.นครปฐม ได้รับการประสานงานด่วนจาก สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ถึงการหลบหนีของ นายจอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาคนไทยขบวนการหลอกลวงเทรดหุ้นคนต่างชาติ โดยทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีม้า จึงสั่งการชุดสืบสวน ตม.จว.นครปฐม ปูพรมหาข่าวเชิงลึก จนทราบพิกัดว่าคนร้ายหนีมากบดานเงียบเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ใน ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม สั่งให้ชุดสืบสวนวางกำลังซุ่มโป่งเฝ้ารอจังหวะ จนกระทั่งพบเป้าหมายปรากฏตัว และแสดงตัวเข้าจับกุมได้คาหนังคาเขาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาร้ายแรงทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ถือเป็นการปิดจ๊อบแรกรับตำแหน่งใหม่ได้อย่างสวยงาม

ทั้งนี้ ภายหลังการจับกุม นายจอ เล่าถึงที่มาของบัญชีม้า โดยอ้างว่าตนตกเป็นเหยื่อของ ‘กลโกงซ้อนกลโกง’ จากเว็บเทรดหุ้นชื่อ ‘บีซ่า’ (Biza) ที่พบผ่าน Facebook โดยนายจอ อ้างว่าเริ่มต้นจากการลงทุนเพียง 200 บาท และได้รับโปรโมชั่นเพิ่มเป็น 1,000 บาท เมื่อเล่นได้กำไรตามหน้าเว็บไซต์สูงถึง 50,000 บาท จึงทำเรื่องถอนเงิน แต่กลับถูกแอดมินบ่ายเบี่ยงว่าเลขบัญชีผิดพลาด ต้องยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่มี ‘เจ้าหน้าที่ 2 ราย ขับรถเก๋งสีบรอนซ์เงิน’ บุกมาถึงหน้าบ้าน เพื่อทำการสแกนใบหน้าถึง 6-7 ครั้ง โดยอ้างว่าเงินจะเข้าบัญชีในภายหลัง แต่สุดท้ายกลับติดต่อไม่ได้และไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย แต่จากเส้นทางการเงินพบยอดเงินโอนเข้าบัญชีนายจอ ราว 70,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีหลอกลงทุนเทรดหุ้นที่มีผู้เสียหายรวมกว่า 700,000 บาท และมีผู้ต้องหาในขบวนการถึง 8 คน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การทั้งหมด เบื้องต้นฝ่ายสืบสวน ตม.จว.นครปฐม ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวชื่นชมการทำงานที่รวดเร็วและเฉียบขาด พร้อมเปิดเผยมุมมองที่น่าสนใจว่า การจับกุมครั้งนี้คือเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของตำรวจ ตม. ยุคใหม่ ที่ต้องถือ “หมวกสองใบ” ใบแรกคือเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองผู้ให้บริการ แต่อีกใบคือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ตาม ป.วิ อาญา ที่ต้องมีความเข้มข้นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เป็นภัยต่อสังคม ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม.



