จากกรณีที่นายเกรียงศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ชาวบ้านโพนทอง ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังได้รับหนังสือประกาศยึดทรัพย์จากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ ลงวันที่ 8 พ.ค. 2569 ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าได้ชำระหนี้เงินกู้กับธนาคารแห่งหนึ่ง ครบถ้วนจนยอดคงเหลือเป็นศูนย์ไปแล้ว โดยเอกสารที่นำมาร้องเรียน ประกอบด้วย หนังสือประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีทั้งฉบับปี 2568 และฉบับล่าสุดปี 2569 รวมถึงใบเสร็จชำระหนี้จากธนาคาร ซึ่งระบุว่ายอดหนี้คงค้างจำนวน 418,140 บาท ได้ถูกชำระครบทั้งหมดแล้ว ในหนังสือประกาศยึดทรัพย์ระบุว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินโฉนดพร้อมระบุเลขที่ พร้อมบ้านพักอาศัย บริเวณ ต.โพนทอง อ.เมืองชัยภูมิ รวมมูลค่าประมาณ 418,140 บาท และนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทวันที่ 4 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งนายเกรียงศักดิ์ ยังได้เดินทางไปสอบถามทั้งธนาคารและสำนักงานบังคับคดี แต่กลับไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน พร้อมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อเครดิตบูโร ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือของครอบครัว ทั้งนี้ นายเกรียงศักดิ์ ยังเรียกร้องให้ธนาคารตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับประชาชนรายอื่นอีกต่อไป ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นคดีของศาลจังหวัดชัยภูมิ หมายเลขแดงที่ ผบ.1651/2560 โดยโจทก์ได้ยื่นคำขอยึดทรัพย์จำเลยผ่านระบบ e-Filing โดยแถลงว่าจำเลยยังชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่โจทก์นำส่งแล้วจึงได้ทำการยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 107765 ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่ภายหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดให้จำเลยทราบ จำเลยได้มาพบเจ้าพนักงานบังคับคดีพร้อมนำพยานหลักฐานมาแสดงว่าได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงได้รีบประสานงานไปยังโจทก์ในทันที โจทก์จึงได้แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าการขอนำยึดที่ดินดังกล่าวเกิดจากความคลาดเคลื่อนในข้อมูลของโจทก์ และได้ขอถอนการยึดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในทันที ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ถอนการยึดที่ดินแปลงดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69
อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนท่านใดที่มีปัญหา หรือข้อสงสัยด้านการบังคับคดี สามารถสอบถามข้อมูล หรือขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายขั้นตอนในการบังคับคดีแพ่ง บังคับคดีล้มละลาย การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการวางทรัพย์ ได้ที่สำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ หรือโทร. 0-2881-4999 หรือสายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79 หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์กรมบังคับคดี www.led.go.th



