น.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กองชั่งตวงวัด ได้ประชุมหารือกับ 8 ผู้ประกอบการก๊าซหุงต้มรายใหญ่ของประเทศ ได้แก่ ปตท. เวิลด์แก๊ส สยามแก๊ส ยูนิคแก๊ส พีที พีเอพี เอ็นเอสแก๊ส และ ออร์คิดแก๊ส เพื่อพัฒนามาตรฐานการบรรจุก๊าซหุงต้ม ให้ครบถ้วนตามปริมาณที่แสดง พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลและตรวจสอบร่วมกัน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ไดรับความยุติธรรม

“ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงบรรจุและร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มอย่างต่อเนื่อง หากพบการบรรจุหรือจำหน่ายไม่ครบถ้วนตามปริมาณที่แสดงไว้ จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที โดยตั้งแต่ปี 67 ถึงปัจจุบัน พบการกระทำความผิดรวม 120 ราย ยึดของกลาง 1,252 ถัง แบ่งเป็นโรงบรรจุก๊าซ 19 ราย ของกลาง 209 ถัง และร้านจำหน่ายก๊าซ 101 ราย ของกลาง 1,043 ถัง และจากการตรวจสอบพบว่า ยังมีประเด็นที่ต้องสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายบางส่วน กรมฯ จึงได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่ต้นทาง และกำหนดแนวทางกำกับดูแล ไม่ให้มีปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค”

สำหรับความผิดกรณีบรรจุไม่ครบถ้วน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีจำหน่ายไม่ครบถ้วน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542

น.ส.ญาณี กล่าวว่า สำหรับแนวทางความร่วมมือจากการประชุมครั้งนี้ กรมการค้าภายในและผู้ประกอบการจะร่วมกันยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลการบรรจุก๊าซหุงต้ม โดยเน้นการกำกับดูแลตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มการตรวจติดตามโรงบรรจุก๊าซภายใต้แต่ละแบรนด์ให้เข้มงวดขึ้น โดยกรมจะเป็นหน่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และร่วมกันจัดฝึกอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการตรวจสอบปริมาณการบรรจุก๊าซหุงต้มตามกฎหมายชั่งตวงวัด เพื่อให้ประชาชนได้รับก๊าซหุงต้มครบถ้วนตามปริมาณที่แสดงไว้