เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลประชุมเรื่องร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพฤติการณ์การใช้อำนาจหน้าที่ และการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ของอธิบดีกรมการปกครองเรื่องช่วยน้ำเงินด้วย ว่า เบื้องต้นนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงกรณีถูกสั่งย้ายด่วน หลังจากลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ต่อกรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะใน จ.ภูเก็ต นายรุ่งเรืองยืนยันว่าสาเหตุการย้าย เพราะมีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นการจัดฉาก เพื่อที่จะเอาตนออกจากพื้นที่ นายรุ่งเรืองยังได้เปิดเผยหลักฐานเป็นบทสนทนาทางไลน์ ว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” นายรุ่งเรืองได้ยืนยันต่อ กมธ. การที่บอกว่า “100% ครับนาย” เป็นไปด้วยความตกใจ ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำขอ ของผู้บังคับบัญชาได้
น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ส่วนนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง ที่มาชี้แจงแทน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ชี้แจงว่า ปกติการสั่งย้ายของกรมฯ จะทำตามระบบราชการที่มีหนังสือชัดเจน ส่วนไลน์จะใช้เพียงเพื่อประชาสัมพันธ์ ส่วนข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” นายวินัยชี้แจงว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมทั้งการชี้แจงของอธิบดีต่อกระทรวงมหาดไทยด้วย อย่างไรก็ตามใน กมธ. ถกเถียงอย่างหนัก เมื่อรองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ข้อมูลขัดแย้งกันเองถึง 3 ครั้ง ว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวน ที่ตอนแรกรองอธิบดีฯ บอกว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว แต่สุดท้ายสรุปว่าไม่ทราบ และยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน
“ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ทาง กมธ. จึงมีมติให้ดำเนินการดังนี้ 1. ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อสอบถามความคืบหน้า และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีแชตไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย 2. ทำหนังสือถึง รมว.มหาดไทย เพื่อรายงานพฤติการณ์ และการใช้อำนาจรัฐ ที่ส่อไปในทางไม่เป็นกลางทางการเมือง เพราะมีการโพสต์ในไลน์กลุ่ม อส. ให้ช่วยน้ำเงินอย่างชัดเจน จึงต้องการให้มีการสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และ 3. เรียกเอกสารเพิ่มเติมจากกรมการปกครอง ถึงข้อมูลสถิติการโยกย้ายย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 เพื่อนำมาเปรียบเทียบความผิดปกติของ การโยกย้ายช่วงก่อนการเลือกตั้ง” น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าว
ต่อข้อถามว่าทางรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการใช้งานของไลน์ว่าเป็นสาธารณะหรือไม่อย่างไร น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า รองอธิบดีฯ ชี้แจงว่าเรื่องทางเทคนิคจะไม่สามารถลงรายละเอียดได้ แต่ยืนยันว่าการติดต่อกันทางไลน์ไม่ได้ทำแบบเป็นทางการ เป็นการติดต่อกันส่วนบุคคล โดยในที่ประชุมมีการทดสอบโดยนำหมายเลขโทรศัพท์ไปแอดไลน์ ปรากฏว่าปัจจุบัน ไลน์ดังกล่าวไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้สามารถเพิ่มได้ จึงไม่มั่นใจว่าไลน์ของนายนฤชา หายไปไหน และการที่อธิบดีกรมการปกครองมอบหมายให้รองอธิบดีฯ มาชี้แจงแทน สรุปว่าไม่สามารถที่จะตอบคำถามในบางอย่างได้ให้ความชัดเจนถึงข้อสงสัยและข้อเท็จจริงที่ กมธ. ถามได้.



