ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดการประชุมหารือสถานการณ์การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมปัญจเพชร ศอ.บต. โดยมี ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในการประชุม และมีผู้แทนจากสำนักงานเขตสุขภาพที่ 12 สำนักงานควบคุมโรคที่ 12 กรมควบคุมโรค ศูนย์อนามัยสุขภาพ เขตที่ 12 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และคณะอาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมรายงานและหารือสถานการณ์การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไว้ให้ ศอ.บต. ได้มีข้อมูลในการผลักดัน เสนอเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติ ทั้งในด้านงบประมาณและด้านอื่นๆให้เกิดความครอบคลุมในการฉีดวัคซีนในพื้นที่
ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวก่อนดำเนินการประชุมว่า ด้วยนายกรัฐมนตรี มีนโยบายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยต้องการให้ทุกช่วงวัยและทุกกลุ่ม เข้าถึงระบบการสาธารณสุข อีกทั้งสถานการณ์การฉีดวัคซีนในเด็กจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอัตราการฉีดต่ำกว่ามาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคหัด โรคคอตีบ ไอกรน ทั้งนี้จึงจัดการประชุมเพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำข้อมูล ข้อเสนอแนะ และเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อพัฒนาให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป
ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ พบว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กอายุ 0–5 ปี ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีน ได้แก่ ความกังวลของผู้ปกครองต่ออาการข้างเคียงหลังฉีด และความกังวลเกี่ยวกับฮาลาล สำหรับประเด็นดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินงานร่วมกับผู้นำศาสนาในพื้นที่ ในปี 2567 เพื่อให้ข้อมูลยืนยันว่า มุสลิมสามารถฉีดวัคซีนได้ ซึ่งสามารถสร้างความเชื่อมั่นในวัคซีนเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอให้พิจารณาวัคซีนทางเลือกแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยการฉีดวัคซีนโดสเดียว สามารถป้องกันหลายโรค และมีอัตราการเจ็บป่วยน้อยกว่า ยกตัวอย่างจังหวัดปัตตานีในปี 2567 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ดำเนินการซื้อวัคซีนดังกล่าว เพื่อฉีดให้เด็กอายุ 0-5 ปีในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้มีผู้ปกครองนำบุตรหลานมาฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติได้



