“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า การเปลี่ยนอุโมงค์แยกเกษตร-กั้นถนนงามวงศ์วานและสะพานพงษ์เพชร ขนาด 4 ช่องจราจร ให้เป็นโครงข่ายทางด่วนเชื่อมทางด่วนศรีรัชกับทางด่วนฉลองรัช แก้วิกฤติจราจร และเชื่อมโครงข่ายถนนกรุงเทพฯด้านตะวันออกกับด้านตะวันตก จากถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก-แคราย ระยะทาง 19 กม. ค่าผ่านทาง 30 บาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจาจรทางบก(คจร.)
ยังได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ที่กังวลเรื่องผลกระทบการจราจร เพราะหากไม่ต้องการเสียเงินต้องวิ่งถนนด้านบนอุโมงค์ จากที่เคยใช้ฟรี และใช้ถนนงามวงศ์วานและสะพานพงษ์เพชรได้เพียง 4 ช่องทาง หรือด้านละ 2 ช่องทางเท่านั้น จากเดิมที่มี 8 ช่องทาง
ขณะที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) สถาบันการศึกษาหลักในแนวเส้นทาง และเครือข่ายชุมชนม. เกษตรศาสตร์ ได้แสดงพลังการคัดค้านทางด่วนผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข่าวชุมชนม. เกษตรศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดยืนการสร้างทางด่วนต้องมุดดินเท่านั้น และเรียกร้องให้เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำตาล(แคราย-มีนบุรี) แทน

ขณะที่ประชาชนทั่วไปได้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ในประเด็นนี้ หลากหลาย มีทั้งสนับสนุนม.เกษตรฯ ที่เป็นกังวลผลกระทบด้านการจราจร จากการเพิ่มปริมาณรถ และปัญหามลพิษ โดยขอให้ผู้เกี่ยวข้องเเร่งก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลแทนการสร้างทางด่วนเพิ่มปริมาณรถ
แต่ก็มีประชาชนจำนวนมากที่ต่อว่า มก.เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ เพราะคัดค้านการก่อสร้างโครงการทางด่วนยกระดับบนถนนงามวงศ์วาน จนต้องปรับแบบก่อสร้างมาใช้โมเดลล่าสุดในการใช้แนวอุโมงค์เดิมและกั้นเลนถนนเป็นช่องทางด่วนแทน

ด้านนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ให้สัมภาษณ์” ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” ด้วยว่า เข้าใจที่มก. คัดค้าน เพราะคัดค้านทางด่วนมานานกว่า 30 ปีแล้ว กทพ. ยินดีรับฟังทุกความเห็น
โดยเตรียมศึกษาความเหมาะสมแนวเส้นทางและออกแบบใหม่ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปรับแนวโครงข่ายและรูปแบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือจากแยกแคราย-ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก หรือ มอเตอร์เวย์M9สายบางปะอิน-บางนา ระยะทางประมาณ 19 กม. ตามมติที่ประชุมคจร.

คาดว่าจะเริ่มศึกษาความเหมาะสมฯ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ช่วงต้นปี 2569 ใช้เวลาประมาณ 18 เดือน แล้วเสร็จประมาณเดือน มิ.ย.2570 เพื่อสรุปผลนำเสนอคจร.และคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป



