เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ร.ต.อ.บุญเลิศ เหล็กมา รองสารวัตรสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน สภ.หล่มสัก ได้รับแจ้งเหตุคนถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณกลางทุ่งนาหมู่ที่ 1 ต.บุ่งคล้า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลหล่มสัก ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพชรบูรณ์ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสัก ในที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนาอยู่หลังหมู่บ้าน

พบศพ นางพิปรีญา (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี สภาพถูกมีดฟันและแทงตามร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าถูกของแข็งทุบจนใบหน้ายุบ ส่วนที่หน้าท้องพบรอยถูกของแหลมแทง 8 แผล มือขวาถูกของมีคมฟันเป็นแผล เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง ห่างไปไม่ไกลพบรถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ สีน้ำเงิน-เขียว-ขาว ทะเบียน 1 กฌ 1446 เพชรบูรณ์ ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ และนอกจากนั้นยังพบจอบตกอยู่ข้างลำตัวของผู้เสียชีวิต 1 อัน แต่ไม่พบคราบเลือดที่จอบแต่อย่างใด
จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นางเกียม (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี เป็นชาว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังก่อเหตุได้ขี่รถ จยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาวเหลืองดำ ทะเบียน 1 กต 6547 เพชรบูรณ์ หลบหนีไป ขณะที่ นายธงชัย ศรีบัว พี่ชายของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เมื่อก่อน นางเกียม ผู้ก่อเหตุได้อยู่กินกับ นายมืด ผู้เป็นสามี ต่อมาช่วงประมาณปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ได้เลิกรากันโดย นายมืด มาคบหากับ นางพิปรีญา ผู้เสียชีวิตและได้แต่งงานกันเมื่อเดือน เม.ย.2568 ที่ผ่านมา

แต่ นายมืด ได้ให้ภรรยาเก่าอยู่ที่บ้านของตนเอง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านภรรยาใหม่ประมาณ 300 เมตร นายมืด ยังคงไปช่วยงานอดีตภรรยาไม่ว่าจะเป็นทำนาข้าว ปลูกยาสูบ ปลูกข้าวโพด แรก ๆ ที่ผู้ตายแต่งงานกับนายมืด ก็ถูก นางเกียม ต่อว่าเรื่องมาแย่งสามีตนเองไป และเคยอาฆาตไว้ว่าเดี๋ยวจะเอาให้ตาย แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและหลังจากนั้นก็ไม่มีการทะเลาะกันอีกเลย ถึงแม้ว่าจะเจอหน้ากันบ่อยครั้งเพราะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ผู้ตายขี่รถ จยย.ไปดายหญ้าแปลงข้าวโพดที่ปลูกไว้ ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร หลังจากนั้นก็ได้มีคนโทรศัพท์มาแจ้งว่าได้เห็นนางเกียม ผู้ก่อเหตุ ขี่รถ จยย.ไปหาผู้ตายที่แปลงข้าวโพด จากนั้นก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง จากนั้นเสียงก็เงียบไป ส่วน นางเกียม ได้ขี่รถ จยย.ออกไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบมาดูก็พบว่าน้องสาวถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้านตำรวจเปิดเผยว่า หลังจากทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครก็ได้กระจายกำลังค้นหา แต่ยังไม่พบ จึงเตรียมที่จะขออำนาจศาลจังหวัดหล่มสักเพื่อออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หล่มสัก กำลังนำตัวนายมืด สามีของผู้ตายไปสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวชาวบ้านได้จับกลุ่มพูดคุยถึงความโหดเหี้ยมของผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเร่งจับกุมตัวและดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว.



