เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดสถานีรถไฟลพบุรี2 (ท่าวุ้ง) สถานีรถไฟแห่งใหม่ของจังหวัดลพบุรีว่า สถานีรถไฟใหม่แห่งนี้ อยู่ในโครงการรถไฟทางคู่ระยะ(เฟส) ที่1 สายเหนือ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ อยู่บนทางรถไฟยกระดับยาวที่สุดในประเทศไทย ระยะทาง 19 กิโลเมตร(กม.) วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการให้บริการรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ตลอดเส้นทาง ทั้ง 148 กม. หลังจากเมื่อวันที่26 พ.ค.2568 ได้เปิดให้บริการเดินรถไฟทางคู่ ช่วงโคกกระเทียม-ปากน้ำโพ ไปก่อนแล้ว โดยขณะนี้จะใช้ระบบทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Token) ไปพลางก่อน เนื่องจากปัจจุบันยังอยู่ระหว่างติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ มีความคืบหน้าประมาณ 80% คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้กลางปี 2569 จะทำให้การเดินทางด้วยรถไฟรวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น

น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า สำหรับสถานีรถไฟลพบุรี 2 จะเป็นสถานีที่ให้บริการขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน และรถเร็ว ในเส้นทางสายเหนือ ซึ่งเป็นรถไฟทางไกล รวม 14 ขบวนต่อวัน ซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งลิฟต์ บันไดทางขึ้น-ลงห้องสุขา ห้องรับฝากสิ่งของ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่าจะมีผู้โดยสารขึ้น-ลงที่สถานีแห่งนี้ประมาณ 100-200 คนต่อวัน โดยผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนวันนี้ จะได้รับแจ้งโดยอัตโนมัติว่าต้องลงที่สถานีลพบุรี 2 พร้อมมีรถรับส่งรองรับทุกรอบ อย่างไรก็ตามในส่วนของสถานีลพบุรีเดิมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยให้บริการเฉพาะขบวนรถธรรมดา ขบวนรถท้องถิ่น และขบวนรถชานเมือง 18 ขบวนรองรับกลุ่มนักเรียน และประชาชนที่เดินทางประจำ

น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าตัวเมือง ทาง รฟท. ได้จัดรถสองแถววิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างสถานีลพบุรีเดิม และสถานีลพบุรี 2 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.2568-5 มี.ค.2569 ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไปหารือเพื่อจัดเตรียมรถรองรับผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องภายหลังจากสิ้นสุด 3 เดือนด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะประเมินตัวเลขผู้โดยสาร และปัญหาต่างๆ เพื่อปรับปรุง และทำให้การเดินทางของผู้โดยสารได้รับความสะดวกที่สุด เบื้องต้นสำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี ได้ประสานรถโดยสารประจำทางหมวด 4 สายที่ 6168 ช่วงลพบุรี(บขส.ลพบุรี)-บ้านข่อย(รถสองแถว) ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ขยายเส้นทางจากบ้านข่อย ไปสิ้นสุดที่สถานีลพบุรี 2 ด้วย คิดค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีต่อรอบ

พร้อมกันนี้ยังได้ประสานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมต่อจากสถานีลพบุรี 2 ไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองด้วย อาทิ ทุ่งดอกทานตะวัน พระนารายณ์ราชนิเวศน์ และตลาดน้ำ เป็นต้น อย่างไรก็ตามการเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพฯ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง(ชม.) 10 นาที ซึ่งเร็วกว่ารถยนต์ที่ใช้เวลาประมาณ 2-2.5 ชม. ซึ่งการเดินรถไฟเส้นทางนี้ โดยเฉพาะบนทางยกระดับผู้โดยสารจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม แล่นผ่านทุ่งนากว้าง จะกลายเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ และเป็นแลนด์มาร์กประจำจังหวัดในอนาคต

น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า รฟท. สร้างรถไฟทางคู่มาสิ้นสุดค้างที่ตัวเมืองลพบุรีมานาน 70 ปี ไม่สามารถที่จะทะลุขยายเส้นทางต่อออกมาได้ เพราะสถานีลพบุรีเดิมตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า มีเขตทางประมาณ 8 เมตร และอยู่ใกล้กับโบราณสถานสำคัญ อาทิ พระปรางค์สามยอด และศาลพระกาฬ ดังนั้นการจะทำให้ขยายทางคู่ออกมาได้ จึงจำเป็นต้องก่อสร้างทางรถไฟยกระดับบนแนวถนนเลี่ยงเมืองของกรมทางหลวง(ทล.) ซึ่งการก่อสร้างได้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่น้ำท่วมพื้นที่ก่อสร้างสูงถึง 7–8 เมตร ส่งผลให้ต้องออกแบบเสายกระดับสูงถึงสันรางประมาณ 20 เมตร รองรับสถานการณ์น้ำท่วมในระยะยาวด้วย

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่า รฟท. รักษาการผู้ว่า รฟท. กล่าวว่า รฟท. ได้เร่งผลักดันการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 รวม 7 เส้นทาง รวมระยะทางกว่า 1,488 กม. เพื่อสานต่อเครือข่ายคมนาคมให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 เส้นทาง เหลืออีก 6 เส้นทาง ได้เสนอสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) 2 สัปดาห์แล้ว คาดว่าในจำนวนนี้จะได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) รัฐบาลชุดนี้ให้เริ่มดำเนินโครงการได้ 3 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี, ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์.



