กรณี สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แจ้งผลตรวจพบสารพิษ “ไซยาไนด์” ในร่างของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องดัง สร้างความสงสัยในแก่ครอบครัวและเพื่อนฝูง ตลอดจนผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
‘ผกก.บางกรวย’ เผยพบสารพิษในร่าง ‘นัทปง’ ผู้สื่อข่าวช่องดัง เรียกเพื่อนสนิท-ญาติ เข้าสอบปากคำ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ที่เคยมีบทบาทสำคัญในคดีฆาตกรรมด้วยสารพิษไซยาไนด์ เปิดเผยและแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและผู้ที่เกี่ยวข้องในการคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา (น้องนัท) นักข่าวช่อง 8 ซึ่งผลชันสูตรพบสารพิษไซยาไนด์ในร่างกาย
นายรพี ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว เพื่อน และวงการสื่อ ที่สูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถสูงอย่างน้องนัท ซึ่งเคยร่วมงานและติดตามคดีใหญ่ๆ ในจ.กาญจนบุรีและทั่วประเทศ น้องนัท เป็นคนเก่งมาก ใช้คำถามได้ดี ทำให้คนฟังเข้าใจข่าวได้ง่ายตนเชื่อว่าเรื่องนี้ค้นหาความจริงไม่ยาก แต่ถามว่าง่ายไหมก็ไม่ง่ายเลย

นายรพี วิเคราะห์ว่า การเกิดเหตุการณ์ใช้สารพิษไซยาไนด์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็นคดีชาวต่างชาติที่โรงแรมดัง หรือกรณีของน้องนัท สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของหน่วยงานภาครัฐที่ควบคุมกำกับดูแลสารพิษนี้โดยการเอาจริงเอาจังการควบคุมดูแลถือว่าล้มเหลววันนี้ลองไปเสิร์ชดู ตนเชื่อว่าก็ยังซื้อได้ง่าย แถมมีราคาสูงด้วย
นายรพี ยังได้เปรียบเทียบจากประสบการณ์คดีที่ผ่านมา หากเป็นการฆาตกรรมจริง มูลเหตุจูงใจมักไม่พ้น 4 ประเด็นหลักที่ต้องสืบสวนควบคู่กันไปกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ความขัดแย้ง ความแค้นส่วนตัว ความอิจฉาริษยา, เรื่องเงินทอง ผลประโยชน์แอบแฝง, เรื่องศักดิ์ศรี เกียรติยศ, เรื่องความรัก
นายรพี มุ่งเป้าไปที่ ความอิจฉาริษยา หรือ เรื่องความรัก เนื่องจากน้องนัท เป็นคนหน้าตาดี อัธยาศัยดี มีอนาคต แต่ก็ไม่ตัดประเด็นเรื่อง อาชีพนักข่าว ที่อาจไปล่วงรู้ข้อมูลสำคัญหรือปมความไม่ชอบมาพากลของใครเข้า จนกลายเป็นชนวนเหตุให้ถูกทำร้าย ตนเชื่อว่าน้องนัทไม่มีทางที่จะตัดสินใจทำอะไรแบบนั้น เพราะอายุเพียง 35 ปี ชีวิตกำลังมีอนาคตที่ดีชื่อเสียงกำลังโด่งดัง
นายรพีเน้นย้ำว่า หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์คือหัวใจสำคัญในการคลี่คลายคดีฆาตกรรมด้วยสารพิษไซยาไนด์ เนื่องจากรูปแบบอาชญากรรมเปลี่ยนไป ซึ่ง การที่ญาติตัดสินใจระงับการเผาศพและมีการอายัดศพเพื่อตรวจอย่างละเอียดถือเป็นเรื่องที่ดีมาก หากมีการตรวจซ้ำอย่างละเอียดจะสามารถระบุได้ชัดเจนว่า เวลาที่ได้รับสารพิษ สามารถนำไปเชื่อมโยงกับไทม์ไลน์ก่อนเกิดเหตุได้ ปริมาณและรูปแบบการรับสารพิษ เช่น กรณีของน้องก้อย ที่พบสารไซยาไนด์น้อยในกระเพาะแต่สูงในเลือด เพราะได้รับสารก่อนรับประทานอาหาร ทำให้สารถูกกรดในกระเพาะเปลี่ยนรูปและดูดซึมเข้าสู่เม็ดเลือดอย่างรวดเร็ว เป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการรับสารในเคสของน้องนัท

เจ้าหน้าที่ต้องไล่เรียงเหตุการณ์อย่างละเอียดใน 3 ช่วง ก่อนเกิดเหตุ ย้อนพฤติกรรมการใช้ชีวิต 1-2 สัปดาห์, เส้นทางการเงิน, ปฏิสัมพันธ์กับใคร, ขัดแย้งกับใคร ขณะเกิดเหตุ น้องนัทอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ทานอะไรไปบ้าง เพื่อหาแหล่งที่มาของสารพิษ หลังเกิดเหตุ ความผิดปกติของคนใกล้ชิด
กล้องวงจรปิด เพื่อติดตามเส้นทางและผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โทรศัพท์มือถือ ไลน์, ข้อความ, เบอร์โทรศัพท์, แชท จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์และมูลเหตุต้องสงสัย เส้นทางการเงินการใช้จ่ายของน้องนัทและคนรอบข้างเพื่อหาปมผลประโยชน์
นายรพี ฝากถึงประชาชนว่า คนที่อันตรายที่สุดคือคนใกล้ชิด เนื่องจากสารพิษไซยาไนด์ทำให้การฆาตกรรมเป็นเรื่องง่าย และผู้ถูกปองร้ายจะไม่มีวันรู้ตัว
นายรพี อยากฝากหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลสารพิษไซยาไนด์เร่งหามาตรการควบคุมที่เข้มงวดกว่าที่เป็นอยู่ อย่าปล่อยให้เป็นการ แก้ไขปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง ตนเชื่อมั่นว่า คดีของน้องนัทนี้หากเป็นการฆาตกรรมจริงหนีไม่พ้นแน่นอน และด้วยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคคลชั้นนำที่เข้ามาช่วยคลี่คลายคดี คาดว่าความจริงจะปรากฏและสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้



