จากกรณี สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แจ้งผลตรวจพบสารพิษ “ไซยาไนด์” ในร่างของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องดัง สร้างความสงสัยในแก่ครอบครัวและเพื่อนฝูง ตลอดจนผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย ได้รายงานให้ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ทราบพร้อมสั่งการให้ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.1 บก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธร จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้ประชุมและแบ่งหน้าที่การทำงานเพื่อคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปทางญาติและเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ในบ้านวันเกิดเหตุ เพื่อเรียกตัวมาสอบปากคำพร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวและสถานีโทรทัศน์ต้นสังกัดได้นำร่างของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา มาทำพิธีทางศาสนา รดน้ำศพและฟังสวดพระอภิธรรมศพเพียง 2 วัน คือวันที่ 1-2 ธ.ค. 68 จากนั้นทางครอบครัวได้รับร่างนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อที่วัดริมกก ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค. และจะทำการฌาปนกิจในวันเสารที่ 6 ธ.ค. นี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดกล้วย ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อพูดคุยกับ นายสมชาย (สงวนนามสกุล) สัปเหร่อประจำวัด ซึ่งเป็นคนจัดพิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมศพให้กับนายณัฐวุฒิ โดยนายสมชายให้ข้อมูลว่า วันที่ร่างของนายณัฐวุฒิมาถึงที่วัด ตนได้ตรวจสอบดูใบมรณบัตรของผู้ตายแล้ว พบว่ามีใบมาแสดงถูกต้อง ทางวัดจึงอนุญาตให้ประกอบพิธีทางศาสนา ตนเพียงแค่จัดเตรียมสถานที่ในศาลาไว้ให้ ส่วนที่เหลือมีทีมงานของสถานีมาคอยดูแลแทน ซึ่งมีการทาแป้งจัดแต่งหน้าศพให้ ตนเห็นเพียงแค่หน้ากับข้อมือที่ยื่นออกมาไว้ให้รดน้ำเท่านั้น ซึ่งตนยังมองว่า นักข่าวหนุ่มคนนี้หน้าตาดี ไม่น่าจะมาอายุสั้นแบบนี้เลย

สัปเหร่อวัดกล้วย กล่าวอีกว่า สภาพศพที่ตนเห็นนั้น ต้องยอมรับว่าแยกไม่ออกเลยว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยโรคหรือถูกวางยา เพราะสภาพศพมีการตกแต่งมาจากโรงพยาบาลแล้ว ประกอบกับในใบมรณบัตรระบุว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นสาเหตุการเสียชีวิต ตนในฐานะสัปเหร่อ จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ และไม่ทันได้สังเกตใบหน้าผู้ตายหรือข้อมือ จึงไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ตายเสียชีวิตด้วยลักษณะผิดปกติหรือไม่.