เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าล่าสุดที่บ้านของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ผู้สื่อข่าวช่องดัง ซึ่งเสียชีวิตปริศนาภายในบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้นในพื้นที่ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยบริเวณหน้าบ้านยังคงมีเทป Police line กั้นพื้นที่ไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงควบคุมพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปแตะต้องหลักฐานจนกว่าญาติจะเดินทางกลับมาร่วมตรวจสอบเพิ่มเติม

‘อ.ตฤณห์’ ชี้ชัด ‘ไซยาไนด์’ คร่าชีวิตนักข่าวช่องดัง โอกาสสูง ‘ฆาตกรรม’

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.กันยา สายยศ อายุ 44 ปี เพื่อนบ้านที่อาศัยติดกัน เปิดเผยว่า มาอยู่ในหมู่บ้านนี้นาน 7 ปี ซึ่งนายณัฐวุฒิ หรือน้องนัท อยู่มาก่อนแล้ว เวลาพบกันก็ทักทายกันเป็นปกติ แม้ไม่ได้สนิทเป็นพิเศษ แต่รับรู้ว่านัทเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม ไม่ค่อยมีท่าทีเครียดหรือมีปัญหาใด ๆ ให้เห็น บ้านของนัทจะมีเพื่อนเข้าออกเป็นประจำ ชอบรวมกลุ่มปาร์ตี้สังสรรค์ บางครั้งก็มาบอกกล่าวตนก่อนว่า “วันนี้อาจมีเสียงเพลง” เพื่อขออนุญาต ไม่เคยมีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้าน

น.ส.กันยา กล่าวอีกว่า ส่วนในวันก่อนเกิดเหตุก็มีเพื่อนนัทเข้าออกบ้านเป็นปกติตนไม่ได้สนใจอะไร พอตอนเช้า 07.30 น. ตนออกไปตลาด ได้ยินเสียงหมาของนัทเห่าดังมากผิดปกติและเห่านาน แต่ตอนนั้นไม่ได้เอะใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเงียบกริบ ไม่มีเสียงวุ่นวายจากในบ้าน จากนั้นกลับมาที่บ้านประมาณ 08.30 น. ก็ยังไม่ทราบว่านัทเสียชีวิตแล้ว เพราะบ้านเงียบสนิท ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

กระทั่งรถกู้ชีพมูลนิธิมารับร่างช่วงสายก็ยังไม่รู้ เนื่องจากคิดว่าเป็นเพื่อนผู้ตายแวะมาหาตามปกติ จนกระทั่งตำรวจชุดร้อยเวรเข้ามาที่บ้าน ตนถึงรู้ความจริงว่าผู้เสียชีวิตคือนัท ซึ่งทำให้ตนตกใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเขา และช่วงคืนก่อนจะเกิดเหตุนั้น ตนก็อาศัยนอนอยู่ภายในบ้านไม่ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน หรือคนเสียงดังแต่อย่างใด

สำหรับการเสียชีวิตของน้องในครั้งนี้ ความคิดส่วนตัวตนเชื่อว่า ไม่น่าใช่การฆ่าตัวตาย เพราะจากที่เคยเห็น นายณัฐวุฒิ เป็นคนขยันทำงาน ร่าเริง ไม่มีท่าทีเป็นคนเครียด และอนาคตกำลังไปได้ดีจัดรายการข่าวดัง มีคนรักเยอะ อีกทั้งยังรักสุนัขมาก และมักเปิดกล้องวงจรปิดดูเวลาอยู่ข้างนอก คอยสังเกตความเป็นไปภายในบ้านเป็นประจำ และตอนนี้ทราบข่าวเพิ่มเติมอีกว่าพบสารไซยาไนด์ ตนรู้สึกตกใจกว่าเดิม หากเป็นการฆาตรกรรมจริงๆ ก็คงมีแต่คนใกล้ชิดกันถึงทำเรื่องแบบนี้ได้