เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังทราบว่า นางโสภี โตทับ อายุ 60 ปี พนักงานร้านนวดชื่อดังกลางเมืองศรีราชา พร้อมลูกสาวทั้งสองคนได้เดินทางมาพบ ร.ต.ท.สรายุทธ ไวไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีราชา เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำให้ตัวเองเสียหาย และปกป้องสิทธิของตัวเอง หลังจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 68 มีเหตุของหายภายในร้านนวดชื่อดังกลางเมืองศรีราชา เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท มูลค่ารวม 300,000 กว่าบาท ก่อนจะพบว่าทางลูกค้าที่เข้ามานวดนั้นลืมทองคำไว้อีกกระเป๋าที่บ้าน ไม่ใช่หายที่ร้านนวด

โดย น.ส.ปุญณภัส ไกยสวน อายุ 40 ปี และ น.ส.เบญฎา ไกยสวน อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ที่ถูกกล่าวหา เล่าว่า วันนี้ตน และแม่ของตน เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่กล่าวหาว่า ตน แม่ และน้องสาวของตน เป็นคนขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปหลังจากมาใช้บริการที่ร้านนวด โดยวันที่เกิดเหตุตนได้ถูกทางลูกค้าพูดจาดูถูกเหยียดหยาม และพูดจาข่มขู่ต่างๆ นานา ว่า ให้เอาทองมาคืน ซึ่งในวันนั้น แม่ของตนและพวกตนต่างยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้เอาไป และให้ลูกค้าตรวจสอบให้ดีก่อน แต่ทางลูกค้าก็ไม่ยินยอม ก่อนจะมีการไปแจ้งความเอาผิดไว้แล้วเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 68 ซึ่งแม่และน้องสาวของตน ถูกเชิญตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่ สภ.ศรีราชา
“วันนี้ที่ตัดสินใจเข้ามาแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน เนื่องจากรู้สึกว่าแม่และตนเองนั้นเสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกตนทำงานร้านนวดกันมาเป็นเวลานาน โดยข่าวที่ออกไปในตอนแรกทำให้ตนและแม่ของตนนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แม้หลังจากผ่านไปเพียงคืนเดียว ลูกค้าโทรฯ กลับมาบอกกับตนว่าพบทองแล้ว ทองอยู่ที่บ้าน ซึ่งทางลูกค้าเป็นคนหยิบสลับกระเป๋ากันเองมิได้หายที่ร้านแต่อย่างใด” พนักงานร้านนวด กล่าว

น.ส.ปุญณภัส กล่าวอีกว่า ในวันนี้ตนได้นำกระเช้าและเงินอีกจำนวนหนึ่งที่ทางลูกค้านำมามอบให้กับแม่ของตน หลังจากทราบว่าทองไม่ได้หายที่ร้านนวด เพื่อเป็นการขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น มามอบไว้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนว่า ตนนั้นไม่ยินยอมรับคำขอโทษแต่อย่างใด แต่ขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำไว้ในเบื้องต้น และรับแจ้งความเอาไว้แล้ว โดยหลังจากนี้ก็จะเชิญตัวทางคู่กรณีเข้ามาทำการสอบสวนเพิ่มเติม และเจรจาไกล่เกลี่ยกันต่อไป.



