ประเทศไทยกำลังเร่งยกระดับอุตสาหกรรมการบินสู่เส้นทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากทั้งสายการบินและสนามบิน ผ่านการส่งเสริมการใช้เชื้อ ‘เพลิงอากาศยานยั่งยืน’ หรือ ‘SAF’ เป็นเครื่องมือหลัก
ล่าสุด หน่วยงานของรัฐได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสายการบินไทย 8 แห่ง เพื่อเริ่มต้นนำเชื้อเพลิงชนิดนี้มาใช้ในระบบการบิน ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ภาคการบินของไทยเดินหน้าไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล และเตรียมพร้อมรับข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นจากตลาดต่างประเทศในอนาคต
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ว่า ในระดับโครงสร้างพื้นฐาน สนามบินหลักทั้ง 6 แห่งของไทยตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้สูงสุด 10% ภายในปี 2571 โดยใช้มาตรการพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กำลังให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนในภาคการบินมากขึ้นทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังผลักดันการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในรูปแบบภาคสมัครใจ ทว่าก็มีแนวโน้มจะกลายเป็นข้อบังคับในเส้นทางบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการ CORSIA ไทยอาจเริ่มจากการกำหนดสัดส่วนการใช้ SAF ในระดับต่ำ เช่น 1% ในปี 2026 เพื่อให้สายการบินปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นับว่าท้าท้ายไม่น้อยคือเรื่องของราคา SAF ที่ยังสูงกว่าเชื้อเพลิง Jet A-1 ประมาณ 4 เท่า ส่งผลให้ต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้นราว 2–3% ต่อการบังคับใช้ SAF ทุก 1% ทำให้ไทยต้องเร่งสร้างระบบการผลิต SAF ภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศและรักษาเสถียรภาพด้านต้นทุนในอนาคต
หนึ่งในจุดแข็งของไทย คือการมีวัตถุดิบผลิต SAF อยู่แล้วหลายชนิด เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว เศษวัสดุทางการเกษตร และขยะชีวมวล ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการนำเข้าเชื้อเพลิง นอกจากนี้ รัฐยังสนับสนุนด้วยสิทธิประโยชน์ด้านภาษี รวมถึงอัตราภาษีสรรพสามิตที่เอื้อให้การผลิต SAF ทำได้ง่ายขึ้น
นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมา SAF ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 80% และยังสามารถผสมกับเชื้อเพลิงอากาศยานเดิมได้สูงสุด 50% โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ ทำให้สายการบินสามารถนำไปใช้ได้ทันที
สิ่งเหล่านี้ทำให้ SAF กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้ไทยเข้าใกล้เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดในภาคการบิน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม



