ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้โพสต์ภาพของสุนัขจรจัดบางตัวที่อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณพื้นที่ภัยพิบัตินิวเคลียร์ “เชอร์โนบิล” เมื่อปี 2529 ในยูเครน มีสีขนที่เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นสีน้ำเงินสด บนโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัล

ล่าสุด หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์เบื้องหลังโครงการ ซึ่งเป็นความร่วมมือจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Clean Futures Fund (CFF) ได้ออกมาเปิดเผยความจริง หลังจากที่มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า ขนของสุนัขเหล่านี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเพราะกัมมันตภาพรังสีที่ตกค้างทำให้พวกมันเกิดการกลายพันธุ์

ดร.ทิโมธี เอ. มูสโซ จากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เขียนอธิบายไว้ในโพสต์บนเฟซบุ๊กของเพจ Dogs of Chernobyl อย่างละเอียดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า

“รายงานเบื้องต้นของ CFF บน ‘ติ๊กต็อก’ ได้จุดประกายความเห็นบนโซเชียลมีเดียอย่างท่วมท้นที่ชี้ว่า นี่อาจเป็นผลจากกัมมันตภาพรังสีในพื้นที่ บางคนถึงกับเสนอว่าเป็นการกลายพันธุ์ที่เกิดจากรังสีดังกล่าว และเป็นการปรับตัวเชิงวิวัฒนาการต่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น” ดร.มูสโซ เขียนในช่วงต้นของโพสต์อธิบายซึ่งตั้งชื่อไว้ว่า “สุนัขสีน้ำเงินแห่งเชอร์โนบิล : ข้อเท็จจริงและเรื่องเล่า” 

“ไม่มีอะไรจะไกลจากความจริงไปกว่านี้แล้ว” ดร.มูสโซ เขียน “อันที่จริงแล้ว สีย้อมสีน้ำเงินน่าจะมาจากสุขาสำเร็จรูปเคลื่อนที่ที่ล้มคว่ำ ซึ่งสุนัขพวกนั้นเข้าไปกลิ้งเกลือกอยู่ในอุจจาระ ในแบบที่พวกมันชอบทำอยู่แล้ว (ให้ลองนึกถึงกระบะทรายของแมว)”

มูสโซ กล่าวว่า “สีน้ำเงินเป็นเพียงร่องรอยของพฤติกรรมที่ไม่ถูกสุขอนามัยของสุนัขเท่านั้น! ก็เหมือนที่เจ้าของสุนัขทุกคนทราบ สุนัขส่วนใหญ่มักจะกินเกือบทุกอย่าง รวมถึงอุจจาระด้วย!”

โครงการ Dogs of Chernobyl ได้ดูแลสุนัขประมาณ 700 ตัว ที่อาศัยอยู่ในเขตหวงห้ามขนาดเกือบ 47 ตารางกิโลเมตรรอบๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิม นับตั้งแต่ปี 2560 สุนัขเหล่านี้สืบเชื้อสายมาจากสุนัขเลี้ยงที่ถูกทิ้งไว้เมื่อผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ต้องอพยพออกไปหลังจากเกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้า

นับตั้งแต่ที่มนุษย์อพยพออกจากพื้นที่เกือบ 40 ปีที่แล้ว สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติทั้งพืชและสัตว์ ก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในเขตหวงห้าม ผลจากการศึกษาในปี 2567 พบว่า สุนัขบางตัวในพื้นที่ได้เกิดการกลายพันธุ์ที่ทำให้พวกมันมีภูมิคุ้มกันต่อกัมมันตภาพรังสี, มลพิษ และโลหะหนัก

ปัจจุบัน ระดับกัมมันตภาพรังสีในเขตหวงห้ามยังคงสูงกว่าระดับที่อนุญาตให้มนุษย์สัมผัสได้ถึง 6 เท่า และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้ จะไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกประมาณ 3,000 ปี

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Facebook / DogsofChernoby