วานนี้ (20 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความสำเร็จในการเพาะลูกเจี๊ยบจากไข่เทียมของโคลอสซัล ไบโอไซเอนเซส บริษัทสตาร์ทอัปด้านวิศวพันธุกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพซึ่งนิยามตัวเองว่าเป็น “บริษัทคืนชีพสิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์แห่งแรกของโลก” โดยเป็นการฟักลูกไก่ออกจากไข่ที่สร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากเมืองดัลลัส สหรัฐอเมริกา แห่งนี้อ้างว่า พวกเขาได้พัฒนา “ไข่เทียมสมบูรณ์แบบ” ที่สามารถใช้ฟักสัตว์ปีกได้หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้สามารถคืนชีพสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว รวมถึงช่วยอนุรักษ์สายพันธุ์ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ได้ โดยหนึ่งในเป้าหมายหลักของบริษัทคือการคืนชีพ “นกโมอายักษ์เกาะใต้” (South Island giant moa) นกยักษ์แห่งนิวซีแลนด์ที่มีความสูงถึง 3 เมตร ซึ่งได้สูญพันธุ์ไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 14

รูปร่างภายนอกของไข่เทียมจากบริษัทโคลอสซัลฯ อาจดูเหมือนแก้วพลาสติกธรรมดา แต่แท้จริงแล้วมันคือสิ่งมหัศจรรย์ชิ้นเล็กจากเครื่องพิมพ์สามมิติที่ช่วยให้ตัวอ่อนของไก่เจริญเติบโตจนฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบที่มีชีวิตได้ นวัตกรรมที่แท้จริงของไข่เทียมนี้ซ่อนอยู่ตรง “เยื่อซิลิโคน” ที่เคลือบอยู่ด้านในของโครงสร้างที่มีลักษณะเหมือนตาข่าย ซึ่งเยื่อนี้มีคุณสมบัติที่ยอมให้ออกซิเจนผ่านเข้าไปได้อย่างเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน เลียนแบบพฤติกรรมตามธรรมชาติของเปลือกไข่จริงทุกประการ
ในการทดสอบไข่เทียมนี้ ทีมวิจัยของโคลอสซัล ได้ทำการเทส่วนประกอบภายในของไข่จริงตามธรรมชาติลงไปในฟองไข่เทียมอย่างระมัดระวัง โดยเว้นช่องเล็กๆ ไว้ด้านบนเพื่อใช้ส่องดูพัฒนาการด้านใน ซึ่งทางบริษัทประสบความสำเร็จในการใช้ไข่เทียมนี้ฟักลูกเจี๊ยบออกมาได้แล้ว และอ้างว่าระบบดังกล่าว “สามารถขยายขนาดได้จริงและมีความถูกต้องแม่นยำทางชีวภาพ” จนสามารถนำไปใช้ฟักไข่ของสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่างนกโมอายักษ์ที่มีน้ำหนักตัวกว่า 220 กิโลกรัมได้
ทางโคลอสซัลได้สร้างไข่เทียมโครงสร้างตาข่ายในเวอร์ชันขนาดมหึมาไว้แล้ว เพื่อเตรียมไว้รองรับการฟักไข่ของนกโมอายักษ์ ซึ่งไข่ของมันอาจมีขนาดใหญ่เท่ากับลูกฟุตบอล อย่างไรก็ตาม นิตยสาร เอ็มไอที เทคโนโลยี รีวิว ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทยังคงต้องใช้เวลาอีกนานในการคืนชีพนกโมอา เพราะพวกเขายังต้องศึกษาดีเอ็นเอของนกที่สูญพันธุ์จากกระดูกโบราณ และต้องทำการปรับแต่งพันธุกรรมอีกหลายพันครั้งในจีโนมหรือสารพันธุกรรมทั้งหมดของนกในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1998 นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นเคยประสบความสำเร็จในการฟักลูกนกกระทาจากไข่เทียมมาแล้ว และหลังจากนั้นก็มีนักวิจัยกลุ่มอื่นทำได้กับนกสายพันธุ์อื่นเช่นกัน แต่ไข่เทียมในอดีตเหล่านั้นจำเป็นต้องมีระบบเสริมเพื่อเติมออกซิเจนเข้าไป ซึ่งมักส่งผลให้ลูกนกบางตัวเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือฟักตัวไม่สำเร็จ ไม่เหมือนเยื่อหุ้มที่พัฒนาโดยโคลอสซัลซึ่งช่วยให้ออกซิเจนสามารถซึมผ่านเข้าไปได้เองตามธรรมชาติ
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : YouTube / Colossal Biosciences



