มาทำความรู้จัก โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account) หรือ TISA คือ โครงการที่เป็นการส่งเสริมการออมระยะยาวและเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายทั้งสินทรัพย์ในประเทศ และต่างประเทศ ผ่านตลาดทุนไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเพียงพอของเงินออมระยะยาวให้กับประชาชนรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีช่องว่างการออมสูงที่สุด

นอกจากนี้ การขยายฐานเงินออมระยะยาวนี้ จะช่วยสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจจากความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น (Wealth Effect) ซึ่งจะสะท้อนไปสู่การบริโภคการลงทุน และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น

รายละเอียดบัญชี TISA

  • เป็นภาคสมัครใจ
  • คนไทยทุกคนสามารถเปิดบัญชี TISA
  • เปิดบัญชี TISA กับผู้ประกอบธุรกิจ ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เป็นต้น

ระยะเวลาดำเนินการ TISA

  • ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านจากมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว สู่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านบัญชี TISA
  • ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านบัญชี TISA และการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับมาตรการยกกำลังการออมด้วยบัญชี TISA

เงื่อนไขลดหย่อนภาษีกับบัญชี TISA

  • ซื้อหน่วยลงทุนบัญชี TISA ประกันชีวิต เงินสะสม ตามจำนวนจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 800,000 บาท เพิ่มจากเดิมไม่เกิน 500,000 บาท
  • กรณีผู้มีเงินได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้หักลดหย่อนภาษี 1.3 เท่า สูงสุดไม่เกิน 1,040,000 บาท
  • กรณีผู้มีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้หักลดหย่อนภาษี 0.7 เท่า สูงสุดไม่เกิน 560,000 บาท
  • มีแรงจูงใจ ได้รับการยกเว้นภาษี หัก ณ ที่จ่าย สำหรับ 200,000 บาทแรก หากถือหน่วยลงทุนในบัญชี TISA เกิน 5 ปี
  • ผู้มีเงินได้ต้องถือหลักทรัพย์ในบัญชี TISA ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันซื้อหลักทรัพย์ใน TISA ครั้งแรก
  • ไถ่ถอนหลักทรัพย์เมื่อผู้มีเงินได้อายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์
  • การลงทุนส่วนเกิน 800,000 บาท ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้