วันที่ 8 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ มีการพิจารณาถึงเสาที่ 4 ตามนโยบายควิก บิ๊ก วิน ซึ่งเป็นเรื่องของการเพิ่มโอกาสการออมและความมั่นคงทางการเงินของประชาชน และเป็นการรองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุด้วย เช่น โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล หรือ TISA โดยจะสามารถเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีตามการจ่ายจริงไม่เกิน 800,000 บาท ในหมวดประกัน เงินสะสมและการลงทุน จากเดิมรวมแล้วไม่เกิน 500,000 บาท

ทั้งนี้ รายละเอียดสำคัญในการคำนวณค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนที่มีเงินได้พึงประเมินต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1.3 เท่า ของ 800,000 บาท (บัญชี TISA) หรือสูงสุด 1.04 ล้านบาท และคนมีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาท จะได้หักลดหย่อนภาษี 0.7 เท่า ของ 800,000 บาท หรือสูงสุด 5.6 แสนบาท

สำหรับ TISA เป็นภาคสมัครใจ คนไทยสามารถเปิดบัญชี TISA กับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เป็นต้น มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 เป็นต้นไป โดยมีช่วงเปลี่ยนผ่านจากมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว มาสู่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านบัญชีทิซ่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 ซึ่งผู้มีเงินได้ต้องถือหลักทรัพย์ในบัญชีทีซ่าไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหลักทรัพย์ครั้งแรก และไถ่ถอนหลักทรัพย์ได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี

“หัวใจสำคัญคือ ไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุ เราจะเพิ่มวงเงินลดหย่อนให้เป็น 800,000 บาท โดยไม่ต้องมาขอปีต่อปี และให้คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ได้ลดหย่อนเพิ่มขึ้นได้ 1.3 เท่า ซึ่งปัจจุบันคนส่วนใหญ่ประมาณ 11.4 ล้านคน จะได้ประโยชน์จากส่วนนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมคนไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุ และสามารถมีแหล่งระดมเงินออมมากขึ้น เงินเข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้น”

ขณะเดียวกันจะมีมาตรการจูงใจเพื่อให้คนเข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้นด้วย โดยจะยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไร สำหรับ 200,000 บาทแรก ให้คนที่ถือเกิน 5 ปี นอกจากนี้ ยังมีพันธบัตรออมพลัสให้กับประชาชน เป็นโครงการพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการออม สามารถซื้อพันธบัตรได้ทุกเดือน ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคง โดยมีราคาขั้นต่ำที่ 1,000 บาท

รวมทั้งจะมีการยกเว้นภาษีอากรแสตมป์ของการซื้อประกันภัยรายย่อยด้วย หรือไมโครอินชัวร์รันส์ โดยถ้าเป็นประกันวินาศภัยรายย่อย เบี้ยไม่เกิน 1,000 บาทต่อปี, ประกันชีวิตรายย่อย เบี้ยไม่เกิน 1,000 บาทต่อปี และประกันชีวิตรายย่อยแบบสะสมทรัพย์เบี้ยไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 6,000 บาทต่อปี