นาย อเล็กซานเดอร์ ลิสกิน หัวหน้าฝ่ายวิจัยภัยคุกคาม แคสเปอร์สกี้ เปิดเผยว่า จากรายงานของ แคสเปอร์สกี้ ที่เปิดเผยแนวโน้มสำคัญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ พบว่า ในปี 68 นี้ ระบบตรวจจับของแคสเปอร์สกี้ ได้ตรวจพบไฟล์อันตรายเฉลี่ย 500,000 ไฟล์ต่อวัน เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 67 ซึ่งภัยคุกคามบางประเภทมีอัตราการเติบโตทั่วโลก โดยมีอัตราการตรวจจับการขโมยรหัสผ่านเพิ่มขึ้น 59% อัตราการตรวจพบสปายแวร์เพิ่มขึ้น 51% และอัตราการตรวจจับแบ็กดอร์เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปี 67 ซึ่งระบบ วินโดวส์ ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์ โดยผู้ใช้ วินโดวส์ กว่า 48% ตกเป็นเป้าหมายของภัยคุกคามประเภทต่างๆ ตลอดปี 68 ส่วนตัวเลขผู้ใช้แมค อยู่ที่ 29%

“ผู้ใช้ทั่วโลกจำนวน 27% ถูกโจมตีด้วยภัยคุกคามทางเว็บ ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่พุ่งเป้าโจมตีผู้ใช้ขณะออนไลน์ ภัยคุกคามทางเว็บไม่ได้จำกัดอยู่แค่กิจกรรมออนไลน์เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตในบางช่วงเพื่อสร้างความเสียหาย ขณะที่
ภัยคุกคามบนอุปกรณ์ นั้นผู้ใช้จำนวน 33% ถูกโจมตีด้วยภัยคุกคามบนอุปกรณ์ ซึ่งรวมถึงมัลแวร์ที่แพร่กระจายผ่านไดรฟ์ ยูเอสบี แบบถอดได้ ซีดี และดีวีดี หรือมัลแวร์ที่เริ่มเข้าสู่คอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่ไม่เปิด เช่น โปรแกรมในโปรแกรมติดตั้งที่ซับซ้อน ไฟล์ที่เข้ารหัส เป็นต้น และหาดูการตรวจจับมัลแวร์ระดับภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่ปี 67-68 พบว่า มัลแวร์ขโมยรหัสผ่านเพิ่มขึ้น 132% และสปายแวร์เพิ่มขึ้น 32%”

นาย อเล็กซานเดอร์ กล่าวต่อว่า ภูมิทัศน์ภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันถูกกำหนดโดยการโจมตีองค์กรและบุคคลทั่วโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น หนึ่งในการเปิดเผยที่สำคัญที่สุดของแคสเปอร์สกี้ในปีนี้คือการกลับมาของ แฮ็กกิ้ง ทีม หลังจากการรีแบรนด์ในปี 62 โดยใช้สปายแวร์เชิงพาณิชย์ เดนเต้( Dante) โดยในเบราว์เซอร์ โครม และ ไฟร์ฟอกซ์ ช่องโหว่ยังคงเป็นช่องทางที่ผู้โจมตีนิยมใช้มากที่สุดในการเข้าถึงเครือข่ายองค์กร ตามมาด้วยการใช้ข้อมูลประจำตัวที่ขโมยมา ซึ่งทำให้จำนวนมัลแวร์ขโมยรหัสผ่านและสปายแวร์เพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งภัยคุกคามที่ซับซ้อนมากขึ้นนี้ทำให้การนำกลยุทธ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งมาใช้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่ภาวะหยุดทำงานนานหลายเดือนหากเกิดการโจมตี จึงควรใช้โซลูชันรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้อยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ตกอยู่ในความเสี่ยง



