เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. 68 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคภูมิใจไทย ว่า สืบเนื่องจากที่จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) ในวาระ 2 ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. นี้ ก่อนหน้านี้ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หารือกันว่าจะทำคำถามประชามติในคำถามที่หนึ่ง แต่เมื่อสอบถามความเห็นไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับคำตอบมาว่า ครม. ไม่สามารถทำคำถามประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญในครั้งที่หนึ่งได้ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เริ่มต้นจากรัฐสภา ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยจึงหารือและมีข้อสรุปว่า จะเสนอเป็นญัตติด่วนต่อรัฐสภาในวันที่ 10 ธ.ค. นี้ เพื่อให้ประธานรัฐสภาบรรจุญัตติเรื่องนี้ไว้ในระเบียบวาระการประชุม เมื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) วาระที่สองเสร็จแล้ว จะนำญัตติดังกล่าวนี้ขึ้นมาพิจารณาต่อ เพื่อให้รัฐสภามีมติส่งคำถามประชามติครั้งที่หนึ่ง ไปยัง ครม. เพื่อให้ ครม. เสนอต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป

“สำหรับไทม์ไลน์ต่อจากนี้ ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) หากไม่เสร็จภายในวันที่ 11 ธ.ค. จะขยับไปเป็นวันที่ 12 ธ.ค. และหลังจากลงมติวาระสองเสร็จแล้ว รัฐสภาจะนำญัตติเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา เพื่อให้ส่งคำถามประชามติคำถามที่หนึ่งให้กับรัฐบาล ซึ่งถามว่าประชาชนเห็นชอบที่จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หลังจากนั้นตามรัฐธรรมนูญต้องทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อลงมติในวาระที่สาม ซึ่งนับตัวเลขดูแล้วน่าจะพิจารณาในวันที่ 29 ธ.ค. นี้ แต่เนื่องจากวันดังกล่าวใกล้กับเทศกาลปีใหม่ จึงต้องหาหารือในที่ประชุมว่าวันที่ 29 ธ.ค. นี้ สมาชิกกับประธานรัฐสภาเห็นอย่างไร จะบรรจุหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาจะบรรจุหรือไม่ ถ้าบรรจุก็จะพิจารณาวันที่ 29 ธ.ค. แต่ถ้ายังไม่บรรจุ ก็จะเป็นช่วงหลังปีใหม่ช่วงวันที่ 6-9 ม.ค. 69 เมื่อลงมติวาระสามแล้ว ประธานรัฐสภาจะต้องส่งคำถามประชามติคำถามที่สองให้กับคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งคำถามที่สองเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256(9) ที่มีการแก้ไขมาตรา 256 แล้วเพิ่มหมวดใหม่ ก็จำเป็นที่จะต้องถามคำถามประชามติที่การแก้มาตรา 256” นายภราดร กล่าว

เมื่อถามว่า หากมีการยุบสภาไปก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เสร็จตามกรอบที่วางไว้นี้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า หากมีการยุบสภาก่อนที่จะมีการลงมติในวาระสาม ก็จะไม่สามารถมีวาระสามได้ ขณะเดียวกันหากยุบสภาก่อนที่ ครม. จะมีมติให้ทำประชามติ ก็ไม่สามารถทำประชามติทั้งคำถามที่หนึ่งและสองได้เหมือนกัน เพราะมันขึ้นอยู่กับ ครม.