ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตหัวหน้าโครงการวิจัยปกป้องรักษาผลประโยชน์ชาติตามแนวชายแดน ปี 2554 อดีตผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก กรมกิจการพลเรือนทหารบก กองทัพบก ปี 2557 ศิษย์เก่าบริหารจัดการนโยบายเน้นยุทธศาสตร์ หลักสูตรเรียนร่วมคณะเสนาธิการทหารร่วม (Joint Chief of Staff, JCS) กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ศิษย์เก่าวิทยาการข้อมูลและระเบียบวิธี (Data Science & Methodology) มหาวิทยาลัย มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ศิษย์เก่าสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โพสต์เฟซบุ๊ก มิสเตอร์ จิม เรื่อง ยุทธศาสตร์ชนะกัมพูชา เนื้อหาระบุว่า
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สงครามข้อมูลมันไม่ได้ยิงกันด้วยปืน แต่ยิงกันด้วย “เรื่องเล่า” ใครเล่าได้ก่อน คือคนนั้นคุมเกมทั้งโลก และรอบนี้กัมพูชาดันเล่าไปก่อน ทำให้ภาพที่โลกเห็นตอนนี้คือ…
กัมพูชา เป็น ผู้ถูกโจมตี ไทย เป็น ผู้รุกราน? ซึ่งไม่จริงเลย แต่เพราะไทยช้าไปแค่ก้าวเดียว โลกก็รับ “เรื่องเล่าเวอร์ชันกัมพูชา” เป็น ค่าเริ่มต้นทันที
ทำไมไทยถึงเสียเปรียบ? ….เพราะสำนักข่าวใหญ่ระดับโลก เช่น Reuters, AP, Guardian, CNN, Al Jazeera ออกรายงานแบบเห็นภาพอพยพ เห็นบ้านเสียหายฝั่งกัมพูชา ก่อนที่ไทยจะได้อธิบายอะไรเลย และเมื่อเรื่องแบบนี้ขึ้นก่อน… เกมจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แล้วไทยต้องทำไงให้ “ชนะทั้งสนามข่าวและสนามรบ”

ผมสรุปแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ เป็น 3 ยุทธศาสตร์ที่ทำแล้วพลิกเกมได้ทันที:
ยุทธศาสตร์ 1 ยึดกรอบเล่าเรื่องราว Narrative กลับคืน เล่าให้โลกเข้าใจแบบเรียบง่ายแต่มีพลังสูงสุดด้วยข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์
สิ่งที่โลกต้องได้ยินจากไทย “แบบชัด ๆ ไม่มีเลี้ยว” คือ:
1) ไทยไม่ใช่ฝ่ายเริ่มยิง
2) ไทยใช้สิทธิป้องกันตัวตามกฎหมายโลก (UN Charter Article 51)
3) ไทยปกป้องประชาชน ไม่ได้ต้องการสงคราม
4) ไทยพร้อมคุยในเวทีที่เป็นกลางแท้จริง พร้อมเปิดโต๊ะ พร้อมแก้ปัญหาแบบสุภาพชน
โลกเชื่อได้ทันที เพราะ ไทยไม่เคยไปรุกรานใครก่อน และไทยมีหลักฐานเยอะ แต่ต้องเล่าเร็วกว่าเดิม
นี่คือกรอบเรื่องราว Narrative ที่ทำให้ไทยดู “สงบนิ่ง รบหนักกับผู้รุกราน น่าเชื่อถือ มีความเป็นผู้ใหญ่ของภูมิภาคอาเซียนนี้”
ยุทธศาสตร์ 2 พูด 4 ภาษาให้ทันโลก โดยที่ 30 นาทีแรกคือ โอกาสแห่งชัยชนะ
ตอนนี้กัมพูชาได้เปรียบเพราะ เขาสื่อสารเป็นอังกฤษก่อน ถ้าไทยยังออกแถลงการณ์วันละครั้ง โลกไม่รอครับ!
ไทยต้องมี War Room ด้านการสื่อสารสากล ออกแถลงการณ์ทุกเหตุการณ์ภายใน 30 นาที เป็น 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ (Media โลก) ฝรั่งเศส (ภาษาศาลโลก/เวทีสหประชาชาติ) จีน และ รัสเซีย สองประเทศที่สมดุลในภูมิภาค
ยุคนี้ใครกำหนดกรอบเรื่องราวสื่อสารได้ก่อน คนนั้นเขียนประวัติศาสตร์
ยุทธศาสตร์ 3: เปิดพื้นที่ให้สื่อโลกเห็นเอง ทำให้ เกมนี้ชนะด้วยผู้บริสุทธิ์แห่งมนุษยชาติ Human Wins
โลกแห่งสงครามยุคนี้มักจะตัดสินจาก “ความเจ็บปวดของผู้บริสุทธิ์” ไม่ใช่จาก “ใครมีรถถังเยอะกว่า” ไทยต้องพาสื่อสากลเข้ามาเห็นว่า ฝั่งไทยก็โดนกระสุน ประชาชนคนไทยผู้ป่วย เด็ก คนชรา ก็ต้องอพยพ ทหารไทยช่วยคนทั้งสองฝ่าย ไทยพยายามเลี่ยงสงครามสุดชีวิต ภาพแบบนี้สำนักข่าว CNN, BBC และ Reuters จะทำให้ ภาพประเทศไทยเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้นมาได้เปรียบภายใน 24 ชั่วโมง
ถ้าชนะใจสื่อ เท่ากับ ชนะใจโลก
ยุทธศาสตร์เสริม (สำคัญมาก!) — รวมพลังคนไทยสื่อสารให้เป็นที่หนึ่ง
ประเทศไทยมีคนเก่งด้านภาษา การสื่อสาร และการเล่าเรื่อง อยู่เต็มทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ทุกมหาวิทยาลัย และทุกช่วงวัย แต่…พวกเขายังไม่ได้ถูกจัดระบบให้เป็น “กองกำลังสื่อสารชาติ” ถ้าไทยเริ่มจัดระเบียบการสื่อสารให้เป็นระบบเดียวกัน ไทยจะสามารถสร้าง “กองทัพนักเล่าเรื่อง” ที่แข็งแรงและมีอิทธิพลระดับโลกได้ทันที:
•คนรุ่นใหม่ช่วยทำคลิป 30 วิ
•นักวิชาการช่วยแปลศัพท์เทคนิคให้กระชับ
•คนทำสื่อช่วยเล่าเรื่องให้โลกเข้าใจง่าย
•ทีมอาสาแปล news เป็นหลายภาษาแบบ real-time
นี่คือ soft power ที่ไทยมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ดึงมาใช้ในภาวะวิกฤต ถ้าไทยรวมพลังสื่อสารจากทุกช่วงวัย แชร์ Narrative เดียวกัน ส่งออกเรื่องจริงในหลายภาษา เล่าไปสู่ชาวโลกพร้อมกันเป็น 1 เสียง ไทยจะไม่ใช่แค่ “ป้องกัน” Narrative ที่ไทยได้เปรียบ แต่จะ ยึด Narrative Dominance ได้ทั้งสงคราม
“ประเทศที่เล่าเรื่องได้เร็วกว่าด้วยข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ — คือประเทศที่โลกเชื่อก่อน”
*ทำไมทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ และยุทธศาสตร์เสริม นี้ “โคตรสำคัญ”*
เพราะมันส่งผลยาวไปถึง… ความชอบธรรมของไทยบนเวทีโลก การเจรจากับอาเซียน–UN ความสัมพันธ์กับพันธมิตร ภาพลักษณ์ไทยในประเด็นมนุษยธรรม และนโยบายความมั่นคงระยะยาว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องในสนามรบ แต่มันคือ “สงครามภาพจำ” ที่ใครคุมการกำหนดเรื่องราว (narrative) คนนั้นได้เปรียบ
สรุปนะครับ “ช้า 1 ชั่วโมง = อาจจะแพ้ทั้งเกม” เพราะในสงครามข้อมูล ประเทศที่เล่าเรื่องได้ก่อนและชี้ให้เห็นว่าพลเมืองผู้บริสุทธิ์ถูกคุกคาม เป็นประเทศที่โลกเชื่อก่อน และถ้าประเทศไทยเริ่มขยับตอนนี้ แบบ 3 ยุทธศาสตร์นี้ครบชุด ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ “ชนะกัมพูชา” แต่จะ “ชนะใจโลก” ไปพร้อมกัน



