สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่า นับตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายของนโยบายภาษีของทรัมป์ แม้ยังไม่มีการกำหนดวันตัดสินคดีก็ตาม

อนึ่ง ธุรกิจหลายแห่งและรัฐที่บริหารโดยพรรคเดโมแครต ยื่นคำร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” เนื่องจากอำนาจในการกำหนดภาษีเป็นของสภาคองเกรส

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ภัยคุกคามใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ คือ คำตัดสินเชิงลบของศาลฎีกาสหรัฐ เกี่ยวกับภาษี ซึ่งจะทำให้สหรัฐ “ไร้การป้องกันทางการเงิน”

“เราจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำในสิ่งที่คนอื่นทำอยู่แล้ว!” ทรัมป์ ระบุเสริมในโพสต์ พร้อมกับแนบรูปถ่ายของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ระหว่างการเดินทางเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ มาครงข่มขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีกับจีน “ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” หากรัฐบาลปักกิ่งไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อลดดุลการค้าเกินดุลกับสหภาพยุโรป (อียู)

“ภาษีที่มีผลบังคับใช้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติของเราอย่างมาก และจนถึงขณะนี้ เรากลายเป็นประเทศที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่มีเพียงกองกำลังที่มืดมิดและชั่วร้ายเท่านั้น ที่ต้องการให้สิ่งเหล่านี้หายไป” ทรัมป์ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : REUTERS