เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. … วาระสอง ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วาระสอง พิจารณาเสร็จแล้ว โดยน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายถึงมาตรา 256/4 ว่าด้วย “บุคคลต้องห้าม” ที่ไม่สามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนขอให้เพิ่มข้อกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามสำหรับผู้ที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร เพราะการรัฐประหารคือเผด็จการที่อยู่ตรงข้ามกับคำว่าประชาธิปไตย จึงไม่ควรเปิดทางให้ผู้ที่เคยมีบทบาทหรือเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารมาร่างรัฐธรรมนูญของประเทศ
“ดิฉันขอตั้งคำถามว่า เราจะให้คนที่ทำลายประชาธิปไตย มาร่างรัฐธรรมนูญเช่นนั้นหรือ ไม่เข้าใจเหตุผลของกรรมาธิการที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว และไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจต่อการเปิดช่องให้ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตยมาร่างกติกาของประเทศ ทั้งที่หลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยล้วนบอยคอตการรัฐประหาร และไทยเองก็เคยเผชิญผลกระทบจากรัฐประหารหนักหน่วงในอดีต” น.ส.นันทนา กล่าว

ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า เนื้อหาในมาตรา 256/4 โดยเฉพาะข้อ (12) และ (13) ที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งราชการหรือพนักงานรัฐสมัครเป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ในมาตรา 256/3 ที่เพิ่งลงมติไปก่อนหน้า โดยมาตรา 256/3 (3)(ก) กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ เช่น เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเคยทำวิจัยในระบบวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐ จึงขอให้ประธานรัฐสภาพิจารณาให้กรรมาธิการกลับไปหารือใหม่ เนื่องจากหากปล่อยให้ผ่านการลงมติ อาจก่อปัญหาในอนาคตได้
จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ สั่งพักการประชุมเป็นเวลา 20 นาที เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมาธิการไปหารือและปรับความเข้าใจร่วมกันในประเด็นดังกล่าว.



