เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านปราสาทคนา ตาควาย และตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เกิดสถานการณ์ตึงเครียดอย่างหนัก หลังทหารกัมพูชารัวยิงระเบิดปืนใหญ่ BM-21 ใส่แนวทหารไทย จนฝ่ายไทยต้องยิงตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยอย่างต่อเนื่อง
จากการปะทะดังกล่าว มีภาพถูกส่งต่อในกลุ่มไลน์ “แจ้งไฟดับพนมดงรัก” เผยให้เห็นว่าเส้นทางขึ้นปราสาทตาควายได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง สายไฟฟ้าแรงสูงที่จ่ายไฟให้หมู่บ้านบริเวณนั้นถูกแรงระเบิดตัดขาด ส่งผลให้ชาวบ้านและหน่วยทหารในพื้นที่ ไฟฟ้าดับทั้งพื้นที่

สถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารต้องรีบประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สาขาปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อขอการสนับสนุนซ่อมระบบไฟให้กลับมาใช้งานโดยเร็วที่สุด
ทันทีที่รับแจ้งเหตุ ทีมเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าจาก กฟภ.สาขาปราสาท สาขาพนมดงรัก และสาขากาบเชิง ได้ระดมกำลังขึ้นพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยทุกคนสวมเสื้อเกราะป้องกันกระสุน ขณะกำลังกู้ระบบเดินสายไฟฟ้าแรงสูง ภายใต้การคุ้มกันของทหารไทยที่ถืออาวุธประจำกายดูแลความปลอดภัยแบบประชิดพื้นที่

แม้ระหว่างทำงานยังมีเสียงระเบิด BM-21 ตกใกล้พื้นที่ แต่ทีมช่างไฟฟ้าทุกนายต่างทำงานแข่งกับเวลา มุ่งมั่นแก้ไขระบบอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้โดยเร็วที่สุด ทั้งในค่ายทหารและบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟดับ
ในที่สุด การซ่อมแซมก็เสร็จสิ้นท่ามกลางสภาพการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ทำให้ไฟฟ้ากลับมาสว่างขึ้นอีกครั้งในพื้นที่พนมดงรัก
ขณะที่ ร.ท.ธวัชชัย หัวหน้าทีมดูแลพื้นที่ปราสาทตาควาย ได้ส่งข้อความชื่นชมทีมช่างไฟฟ้า PEA ในกลุ่มไลน์ “แจ้งไฟดับพนมดงรัก” ยกย่องความกล้าหาญ ความเสียสละ และความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ที่ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์เสียงปืนใหญ่ พร้อมย้ำว่าเป็น “ฮีโร่ตัวจริง” ที่ทำให้ทหารและชาวบ้านได้รับไฟฟ้าใช้อีกครั้ง.



