วันที่ 11 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ ของการสู้รบเข้าวันที่ 4 เวลาประมาณ 03.00 น. เกิดการยิงสู้รบกันด้วยปืนใหญ่และปืนเล็กอย่างดุเดือดที่ชายแดนปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลงในเวลาประมาณ 04.00 น. จากนั้นเวลาประมาณ 06.33 น. ทหารกัมพูชาเริ่มยิงจรวด BM-21 เข้ามาใส่ทหารไทยอีกระลอกและยังคงมีเสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง ผู้นำชุมชนและ ชรบ. ต้องเข้าหลุมหลบภัยทุกจุด
ขณะที่ชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง เสียงปืนสงบลงตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (10 ธ.ค.) หลังจากได้ยินเสียงปืนใหญ่ล่าสุดช่วงบ่าย 3 กว่า ที่รถถังทหารกัมพูชายิงกระสุนเฉียดเข้ามาที่หมู่บ้านด่าน ตกที่ทุ่งนาหลังโรงเรียนบ้านด่าน และป่าอ้อย ก่อนที่จะเงียบไปทั้งคืน จนถึงเวลาประมาณ 06.17 น. เริ่มมีเสียงปืนใหญ่ดัง ทิ้งระยะอย่างต่อเนื่องหลายสิบลูก ขณะที่ทหารกัมพูชาได้ยิงปืนใหญ่สวนเข้ามาตกในพื้นที่ใกล้กับหมู่บ้านด่าน และมีรายวานว่าตกในพื้นที่โรงเรียนบ้านด่านอีก 1 ลูก

ล่าสุดเวลา 08.00 น. เครื่องบินรบของไทยบินเข้ามาในพื้นที่ชายแดนช่องจอม เสียงดังคำรามทั่วท้องฟ้า ก่อนจะทิ้งระเบิดลงบริเวณฐานทหารกัมพูชา ฝั่งบ่อนกาสิโน ชุมชนโอร์เสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย หลายลูก ยังไม่ทราบว่าจุดใดบ้าง แรงสั่นสะเทือนสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงบริเวณตลาดชายแดนช่องจอม ที่ผู้สื่อข่าวหลบอยู่ในบังเกอร์บริเวณตลาดชายแดนช่องจอม โดยเครื่องบินรบบินทิ้งระเบิดติดต่อกันถึง 3 ครั้ง ระหว่างนั้นทหารกัมพูชายิงระเบิดสวนเข้าในพื้นที่ตลาดชายแดนช่องจอม ดังสนั่นหวั่นไหว ยังไม่ทราบพิกัดตก และยังคงมีเสียงปืนใหญ่ดังเป็นระยะๆ สลับทิ้งช่วงนานสักพัก
นายพรรษา พาละพล อายุ 56 ปี 147 หมู่ 7 ต.โคกกลาง อ.พนมดงรัก กล่าวว่า เมื่อคืนนอนในบังเกอร์ หลับๆ ตื่นๆ กลัวเสียง BM-21 เขมรยิงมาหกโมงกว่าอีก ได้ยินเสียงดังกลัวมาก จะเข้าห้องน้ำก็ไม่กล้าออกไป ไม่รู้ว่ามันจะมาทางทิศไทน เสียงตูมๆ ต่อๆ กัน อยากบอกทหารให้รีบทำให้จบ อยู่กินลำบาก ไม่กล้าออกไปไหน อยากให้ทำให้จบเร็วๆ



