สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่า ระหว่างปี 2549-2565 อสุจิของชายคนดังกล่าวถูกขายให้กับคลินิก 67 แห่งใน 14 ประเทศ และเฉพาะในเดนมาร์ก มีเด็ก 99 คน ที่เกิดจากผู้บริจาครายนี้ โดยสถานีโทรทัศน์ ดีอาร์ รายงานว่า มีเด็กอย่างน้อย 197 คน เกิดมาจากการใช้อสุจิของผู้บริจาคนิรนาม ที่ใช้นามแฝงว่า “เคล์ด”

ธนาคารสเปิร์มแห่งยุโรปของเดนมาร์กได้รับแจ้ง เมื่อเดือน เม.ย. 2563 ว่า เด็กที่เกิดจากการบริจาคอสุจิ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ที่มียีนกลายพันธุ์ แต่ขณะนั้น ธนาคารได้ทดสอบตัวอย่างอสุจิของผู้บริจาค และไม่พบยีนกลายพันธุ์ ทีพี53 ที่หายาก ขณะที่การขายสเปิร์มซึ่งถูกระงับไปในช่วงการทดสอบ ได้กลับมาดำเนินการต่อ

ในอีก 3 ปีต่อมา ธนาคารสเปิร์มได้รับแจ้งว่า มีเด็กอย่างน้อย 1 คน ซึ่งเกิดจากการบริจาค ที่พบยีนกลายพันธุ์และตรวจพบมะเร็ง ทำให้พวกเขาเริ่มการทดสอบตัวอย่างอีกครั้ง ก่อนพบว่า ผู้บริจาคมียีนดังกล่าว แม้ว่าเขาจะมีสุขภาพดี ส่วนการใช้สเปิร์มของเขาจึงถูกระงับในปลายเดือน ต.ค. 2566

หน่วยงานความปลอดภัยของผู้ป่วยแห่งเดนมาร์กเปิดเผยว่า มีเด็ก 99 คน ที่เกิดจากสเปิร์มของผู้บริจาครายนี้ หลังจากการรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่ง ขณะที่การสำรวจคลินิกเพื่อการเจริญพันธุ์ทั้งหมดในเดนมาร์ก ซึ่งตามข้อมูลของธนาคารสเปิร์มมีเด็ก 49 คน เกิดจากผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเดนมาร์ก และอีก 50 คน เกิดจากผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ

ธนาคารย้ำว่า การกลายพันธุ์ไม่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองก่อนหน้านี้ และไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะมียีนกลายพันธุ์.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES