จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ตึงเครียด และกองทัพภาคที่ 1 แจ้งว่ามีคนไทยที่ทำงานในปอยเปต ประเทศกัมพูชา กว่า 100 คน ติดค้างและต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย โดยได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองช่วยตรวจคัดกรองนั้น

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมต้อนรับบุคคลสัญชาติไทยทุกคนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ NRM หรือการคัดแยกเหยื่อที่จะมีหน่วยงานอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือ พมจ. สถานีตำรวจท้องที่ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันคัดกรองว่าบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการกระทำผิดกฎหมายใดหรือไม่ มีลักษณะเป็นเหยื่อหรือผู้ต้องหาหรือไม่

อย่างไรก็ตามสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะคัดกรองว่าบุคคลที่ขอเข้าประเทศนั้น ออกจากประเทศไทยข้ามแดนอย่างถูกต้องหรือไม่ หากเป็นการลักลอบออกไปทางช่องทางธรรมชาติ หรือวิธีการที่ผิดกฎหมาย ก็จะต้องนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่สื่อกัมพูชารายงานว่า มีการจับกุมคนไทยที่กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาจำนวน 75 คนนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าคนไทยกลุ่มดังกล่าวกระทำความผิดจริงก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายกัมพูชา จากนั้นหากกัมพูชาประสานส่งตัวคนไทยกลุ่มนี้กลับประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงจะเข้าสู่กระบวนการรับกลับทั้งหมด แต่ก็ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ NRM ตามขั้นตอน เพื่อตรวจสอบว่ามีหมายจับหรือเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ แต่หากกลุ่มคนดังกล่าวไม่ได้กระทำความผิด และต้องการต่อสู้คดีในประเทศกัมพูชา ก็สามารถประสานขอความช่วยเหลือกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาได้ ซึ่งจะมีกระบวนการรองรับช่วยเหลืออยู่แล้ว