เมื่อค่ำวันที่ 11 มิ.ย. 69 ศูนย์วิทยุกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูจันทบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ ชนช้างป่า บนถนนสาย 317 (จันทบุรี-สระแก้ว) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 54 หมู่ 10 ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มีผู้บาดเจ็บติดภายใน จึงนำกำลังพร้อมเครื่องตัดถ่างรุดไปตรวจสอบช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุ พบรถ 10 ล้อ บรรทุกผลไม้ สีเขียว ทะเบียน 82-7588 อุดรธานี สภาพพลิกตะแคงสภาพห้องผู้โดยสารพังเสียหายอย่างหนัก กระจกหน้ารถแตกเสียหายเศษกระจกกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่ต้องฝ่ากองเศษกระจก เข้าให้การช่วยเหลือคนขับรถบรรทุกที่ติดอยู่ภายในห้องโดยสาร โดยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บ เนื่องจากสภาพรถพลิกตะแคงและชิ้นส่วนตัวรถได้รับความเสียหายรุนแรง การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทุลักทุเลด้วยการลำเลียงร่างผู้บาดเจ็บออกมาทางช่องกระจกหน้ารถที่แตกละเอียด ก่อนจะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสอยดาวทันที

ทั้งนี้พื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุ อยู่ใกล้กับเทือกเขาสอยดาวและรอยต่อจันทบุรี-สระแก้ว ถือเป็นแหล่งหากินสำคัญของช้างป่า โดยในช่วงฤดูกาลผลไม้ ช้างมักจะมีพฤติกรรมเคลื่อนย้ายถิ่นฐานหรือข้ามถนน เพื่อไปหากินในสวนของเกษตรกรบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งสถิติในพื้นที่ จ.จันทบุรี พบว่าอุบัติเหตุรถชนช้างป่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณช้างป่าที่ออกมาหากินนอกเขตอุทยานฯ มีจำนวนมากขึ้นตามแหล่งอาหาร

สำหรับการเฝ้าระวังในพื้นที่ขณะนี้ ชุด ชรบ. และอาสาหมู่บ้านในพื้นที่ บ้านตามูล และใกล้เคียง สนธิกำลังเข้าควบคุมดูแลจุดเกิดเหตุอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้รถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดีและอาจมีช้างป่าเดินข้ามถนนโดยไม่คาดคิด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานป่าไม้และชุมชน เพื่อแจ้งเตือนจุดที่ช้างกำลังข้ามถนนแบบเรียลไทม์ เพื่อลดความสูญเสียต่อทั้งชีวิตประชาชนและช้างป่า

ความคืบหน้าล่าสุด ทางด้าน Space ป่าตะวันออก แจ้งข้อมูลว่า มีการรับแจ้งว่าพบช้างป่า 10 ตัวอยู่ในพื้นที่บ้านคลองกะทา หมู่ 2 ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ขยับตัวเตรียมออกนอกป่า อาสาบ้านคลองกะทา ได้ทำการผลักดันกลับเข้าป่าแล้ว ในพื้นที่ อ.สอยดาว โดยเฉพาะเส้นถนน 317 จันทบุรี-สระแก้ว เดิมไม่มีช้างป่าออกนอกพื้นที่ แต่เริ่มมีข่าวว่ามีช้างป่าออกมาในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ราวปลายปี 2557 และค่อย ๆมีออกนอกป่าเพิ่มและต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ จนราวปี 2560 เริ่มมีการย้ายฝั่งไปทางค่ายนาวิกโยธินเทวาพิทักษ์ และอยู่ประจำจนมีความขัดแย้งกับเกษตรกรในพื้นที่เรื่อย ๆ ปัจจุบันมีอาสาสมัครที่ได้รับการอบรม และชุดเคลื่อนที่เร็วจากกรมอุทยาน ฯ เข้ามาดูแลความปลอดภัยและคอยผลักดันกลับเข้าป่า

ถึงอย่างไรก็ตามอาจมีหลุดรอดสายตา ทั้งนี้ฝากเตือนประชาชนผู้ใดพบเห็นช้างป่า สามารถแจ้งอาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ หากไม่มีเบอร์ประสานสามารถติดต่อสายด่วนอุทยาน 1362 แจ้งพิกัดที่พบแล้วจะมีการประสานงานเพื่อนำกลับป่าต่อไป