เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่บริเวณศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึด ของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 46,260 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จากตู้สินค้าซึ่งตกค้างอยู่ในที่จัดเก็บของของกรมศุลกากร รวม 7 ตู้ โดยของกลางดังกล่าวได้มาจากการที่หลายหน่วยงานเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายซึ่งขนส่งทางเรือในท่าเรือกรุงเทพ และครั้งนี้เป็นการสกัดกั้นจับกุมครั้งที่ 8
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ โดยอยู่ระหว่างขยายผล เพื่อเชื่อมโยงไปหาเจ้าของที่มีเจตนาลักลอบนำเข้าสินค้าชนิดนี้เข้ามา ซึ่งการจับกุมหรือสุ่มตรวจค้นเพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะได้รับรายงานจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า สินค้าลอตใดจะมีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายรวมมาด้วย โดยพบว่าพฤติการณ์ส่วนใหญ่กลุ่มผู้กระทำความผิดจะมักใช้วิธีซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมาย รวมมากับสินค้าถูกกฎหมาย รวมมาในตู้เดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องใช้การข่าวเชิงลึกเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เล็ดรอดปะปนเข้ามาในประเทศ

นอกจากการดำเนินคดีเกี่ยวข้อหาเรื่องการนำเข้าแล้ว เจ้าหน้าที่จะมีการขยายผลเพื่อเอาผิดในประเด็นการฟอกเงินด้วย ซึ่งเบื้องต้นจากที่ตรวจสอบพบว่าของกลางดังกล่าวถูกนำเข้ามาจากประเทศจีนทางเรือ โดยบริษัทโลจิสติกแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวเจ้าของบริษัทเพื่อให้มาชี้แจง
จากการสอบถามบริษัทเรือซึ่งเป็นผู้ขนส่งตู้สินค้าเบื้องต้นให้ข้อมูลว่า ทำหน้าที่รับส่งสินค้าเท่านั้นส่วนรายละเอียดว่าใครเป็นผู้ครอบครอง เบื้องต้นไม่มีข้อมูล โดยของกลางเหล่านี้ หลังตรวจยึดได้จะถูกส่งต่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าในคดีทางแพ่งและทางอาญา




