ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านสวนนพรัตน์ ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษา พร้อมหารือร่วมกับ นางสาวปิ่มรัก หลักทอง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด (ทกจ.) สมุทรสงคราม เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยเน้นการจัดงานท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้กับสินค้าท้องถิ่น และสืบสานเผยแพร่วัฒนธรรมอันเก่าแก่ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยว

นางสาวปิ่มรัก หลักทอง ผู้อำนวยการ ทกจ. สมุทรสงคราม กล่าวว่าในปี 2569 ทกจ.มีงบประมาณสำหรับการจัดงานโครงการใหญ่สำคัญ 3 งาน ได้แก่ การจัดงานท่องเที่ยวเชิงอาหาร การจัดงานตะวันรอนดอนหอยหลอด และการจัดงานชาติพันธุ์ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด เนื่องจากต้องการจัดงานที่ดึงดูดความสนใจและประชาสัมพันธ์ได้อย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญกับความแปลกใหม่ ไม่จำเจหรือซ้ำรูปแบบเดิม พร้อมทั้งสอดแทรกวิถีท้องถิ่นของชาวสมุทรสงคราม เพื่อให้ความรู้และนำเสนอมุมมองที่หลากหลายของจังหวัดแก่ประชาชน รวมถึงการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหาย

นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด และคณะกรรมการตลอดจนที่ปรึกษา ได้ให้ความเห็นว่า สถานที่จัดงานมีความสำคัญ เช่น งานเกี่ยวกับอาหารควรจัดบริเวณริมเขื่อนยามเย็นอัมพวาซึ่งนอกจากจะมีลมพัดเย็นสบายแล้วยังมีทิวทัศน์ริมแม่น้ำแม่กลองที่สวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความอยากทานอาหาร นอกจากนี้ยังเสนอว่าจังหวัดควรจัดทำ Route หรือเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

นอกเหนือจากโครงการดังกล่าวแล้ว ยังสามารถจัดกิจกรรมอื่นที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสให้เกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบอาชีพต่างๆ เช่น การจัดงานเกลือสมุทร ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัด และมีผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากเกลือมากมาย หรือกิจกรรม “กินหอย กินปู เท้าเปื้อนโคลน ดูดาวกลางอ่าวไทย” ซึ่งปัจจุบันมีรีสอร์ตในพื้นที่ดำเนินกิจกรรมลักษณะนี้อยู่แล้ว การส่งเสริมเพิ่มเติมจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่เป็นจุดอ่อนไม่ควรมองข้ามคือระบบขนส่งที่ยังไม่สะดวกและการขาดศูนย์กลางข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะระบบขนส่งสาธารณะระหว่างแหล่งท่องเที่ยวยังขาดแคลนและไม่คล่องตัว อีกทั้งยังขาดป้ายแนะนำสถานที่เที่ยว ป้ายบอกทาง และสื่อประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะป้ายภาษาต่างประเทศที่ควรมีมากขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ มิฉะนั้นนักท่องเที่ยวจะยังประสบปัญหาเดิม เช่นที่จอดรถไม่เพียงพอและยากต่อการหาพื้นที่จอด ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องมีการหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขในอนาคต