หลังจากเมื่อคืนนี้ 11 ธ.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เพื่อขอคืนอำนาจกลับไปยังพี่น้องประชาชน โดยเปิดทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ภายหลังความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 256/28 ที่เกี่ยวกับอำนาจการให้ความเห็นชอบของวุฒิสภา ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมทั้งภาพการลงทุนในตลาดหุ้นจากนี้ว่ากระทบกับดัชนีหุ้นหลังจากนี้แค่ไหน?

ซึ่งในประเด็นนี้ ทาง บล.เอเซียพลัส ได้ย้อนสถิติสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤตความเชื่อมั่น โดยชี้ให้เห็นว่า การยุบสภาส่งผลกระทบในเชิงลบต่อตลาดหุ้นระยะสั้น และทำให้เงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง 8 ใน 10 ปี และขายหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

สถิติหลังจากยุบสภา 1 เดือน ในอดีตต่อดัชนีหุ้นและเงินทุนต่างชาติ

ก.ย.2539

ดัชนีหุ้นหลังยุบสภา 1 เดือน      -11.1%

พ.ย.2543

ดัชนีหุ้นหลังยุบสภา 1 เดือน      -6.8%

ต่างชาติขายสุทธิ                         2,783 ล้านบาท

ก.พ.2549

ดัชนีหุ้นหลังยุบสภา 1 เดือน      -1.5%

ต่างชาติขายซื้อสุทธิ                    2,938 ล้านบาท

พ.ค.2554

ดัชนีหุ้นหลังยุบสภา 1 เดือน      -6.3%

ต่างชาติขายสุทธิ                         32,582 ล้านบาท

ธ.ค.2556

ดัชนีหุ้นหลังยุบสภา 1 เดือน      -8.0%

ต่างชาติขายสุทธิ                         13,769 ล้านบาท

มี.ค.2566

ดัชนีหุ้นหลังยุบสภา 1 เดือน      +1.6%

ต่างชาติขายสุทธิ                         8,102 ล้านบาท

ค่าเฉลี่ย

ดัชนีหุ้นหลังยุบสภา 1 เดือน      -6.7%

ต่างชาติขายสุทธิ                         10,859 ล้านบาท

สะท้อนมุมมองว่าตลาดหุ้นไทย “ขาดเสน่ห์” เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ อีกทั้งยังขาดแรงพยุงกลุ่มนักลงทุนสถาบันจากการยกเลิก LTF ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้เม็ดเงินระยะยาวหายไป จึงยากที่จะทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรงได้ หากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ