น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 3/2568 ที่ประชุมได้พิจารณาเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งอนุสรณ์สถานแหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา หลังศูนย์มรดกโลกแจ้งผลการตรวจพิจารณาทางเทคนิค (Technical Review) และข้อแนะนำต่อร่างเอกสารฯ โดยการนำเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา เป็นมรดกวัฒนธรรมแบบต่อเนื่อง ประกอบด้วยพื้นที่นำเสนอขอขึ้นทะเบียน ครอบคลุมพื้นที่ 3 ส่วนสำคัญ คือ ส่วนที่ 1 ตัวเมืองเชียงใหม่และโบราณสถานสำคัญ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ คูเมืองกำแพงมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก ส่วนที่ 2 ได้แก่ โบราณสถานวัดอุโมงค์ฯ และวัดพระธาตุดอยสุเทพ และส่วนที่ 3 ได้แก่ วัดเจ็ดยอด โดยได้ปรับแก้ไขตามข้อคิดเห็น ของศูนย์มรดกโลก และข้อแนะนำต่อร่างเอกสารฯ จำนวน 11 ประเด็น ก่อนนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกในรอบวันที่ 30 ม.ค. 2569

น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้รายงานความคืบหน้าการประเมินขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของศูนย์มรดกโลก เพื่อจัดทำรายงานไปยังศูนย์มรดกโลก และประกอบการพิจารณาบรรจุการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ในเดือน ก.ค. 2569 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้คาดว่าแหล่งวัดพระมหาธาตุฯ มีโอกาสได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทยในการประชุมดังกล่าวด้วย

รมว.วธ. กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าการประเมินขั้นต้นของแหล่งพระธาตุพนม กลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวเนื่อง ศูนย์มรดกโลกได้แจ้งผลการตรวจสอบทางเทคนิคว่าเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้นของแหล่งพระธาตุพนมฯ มีความถูกต้องตามข้อกำหนด และได้นำส่งให้กับองค์กรที่ปรึกษาเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการประเมินขั้นต้นแล้ว คาดว่าจะสามารถส่งร่างเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Draft Nomination) ไปยังศูนย์มรดกโลกได้ตั้งแต่รอบวันที่ 30 ก.ย. 2570 และส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) ไปยังศูนย์มรดกโลกได้ตั้งแต่รอบวันที่ 1 ก.พ. 2571 เป็นต้นไป